Skip to main content

CHIANGMAI’S BIG DIGITAL TAKEOFF 'อภิสิทธิ์ คุปรัตน์' ASCEND B2B CTA

360

ASCEND B2B CTA

 

เชียงใหม่คือหนึ่งในเมืองที่กำลังถูกจับตามองในฐานะของ Hub หรือศูนย์รวมของ Digital Nomad หรือเหล่ามนุษย์ทำงานที่ไร้ออฟฟิศ (เพราะไม่จำเป็น) แต่สร้างผลงานได้ทุกที่ ขอเพียงมีคอมพิวเตอร์ดีๆ และเน็ตแรงๆ ขณะเดียวกัน เราได้ข่าวว่ามีกลุ่มบริษัทซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยผลิตภัณฑ์ดิจิทัล วางแผนเปิดศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่เชียงใหม่ ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า Ascend B2B CTA ซึ่งคาดว่าจะมาสร้างกระแสที่น่าตื่นเต้นให้ชาวดิจิทัลในเชียงใหม่ได้ไม่น้อย

 

HIP ได้โอกาสเข้าพบปะพูดคุยกับ คุณอภิสิทธิ์ คุปรัตน์ เจ้าของตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจสำหรับลูกค้าองค์กร กลุ่มบริษัท  แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ และคนที่จะมาให้ความกระจ่างของโครงการนี้ รวมถึงสิ่งที่พวกเขาคาดหวังจากชาวเชียงใหม่ และสิ่งที่คนที่นี่จะคาดหวังจากพวกเขาได้เช่นกัน

  • อยากให้เล่าที่มาที่ไปของ Ascend Group และเหตุผลว่าทำไม Ascend ถึงเลือกที่จะมาเชียงใหม่

“Ascend Group คือหน่วยงานต่างๆ ที่เคยอยู่ภายใต้ True Corporation ในตอนนั้นคุณปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ที่เป็นผู้ก่อตั้ง Ascend เป็นผู้บริหารหน่วยงานส่วนที่เป็น True Money ท่านก็คิดกับผู้บริหารท่านอื่นว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อเพิ่มศักยภาพ ความรวดเร็วและคล่องตัว ให้กับองค์กร ในยุคที่เป็นดิจิทัล ซึ่งพัฒนาเร็วมาก  

 

“ในปี 2557 คุณปุณณมาศจึงได้แยกกลุ่มธุรกิจของทรูฯ บางกลุ่มออกมา พร้อมคุณสืบสกล สกลสัตยาทร ผู้ก่อตั้ง True Commerce Group คือกลุ่มที่เป็น B2C (Business-to-Consumer) อย่าง iTrueMart, Weloveshopping แยกออกมาตั้งเป็น Ascend Commerce และดึงหน่วยงานที่เกี่ยวกับการทำดิจิทัลออกมา

 

“เวลาที่เราจัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจบริษัทที่เป็นดิจิทัล เป็นคอมพิวเตอร์ แน่นอน สิ่งหนึ่งที่เราต้องการก็คือเซิร์ฟเวอร์ คำถามคือมันควรอยู่ที่ไหน หรือจะใช้ Cloud เราจึงได้ดึง True IDC เข้ามาให้บริการ Hosting และ Cloud ก็คือบริษัทไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง ทีนี้ หากจะพัฒนาหรือรันซอฟต์แวร์ หรือถ้าบริษัทต้องการจะมีเว็บไซต์ของตัวเอง จะต้องทำอย่างไร? หรือหากต้องการมี CRM (Customer Relationship Management) หรือ Digital Marketing Campaign จะทำอย่างไร? จะทำตัวเองให้เป็นบริษัทดิจิทัลอย่างไร? ตรงนี้เราก็มี Egg Digital ให้การบริการ ต่อมาบริษัทจะขายของอย่างไร? ถ้าเป็น B2C (Business-to-Consumer) คือการขายของให้คนที่เป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป เราก็มี Weloveshopping, Wemall, iTrueMart ให้การบริการ ถ้าขายให้องค์กร ก็จะเป็น พันธวณิช, GoodChoiz, Ascend Travel และเมื่อขายเสร็จ จะจ่ายเงินอย่างไร? เราก็มี True Money บางคนเงินสดไม่พอ ก็สามารถยืมได้ เราก็มี Ascend Nano ปล่อยกู้ได้ แล้วส่งของอย่างไร? การส่งของก็สามารถส่งผ่านบริษัท Aden ซึ่งครบวงจรหมด โดยในปัจจุบัน Ascend Group มีพนักงานทั้งหมดกว่า 3,000 คน ใน 6 ประเทศ 

 

ASCEND B2B CTA

 

“แล้วยังมีเรื่องของ AI หรือ Artificial Intelligence ซึ่งตอนนี้มีหลายคนพูดถึง เป็นลักษณะเสนอแนะ เช่น สมมติวันนี้กระดาษ A4 หมด จากเดิมต้องมีคนมาดู แต่ระบบนี้ พอกระดาษลดลงในระดับหนึ่ง ระบบ eProcurement จะสั่งซื้อแบบอัตโนมัติ คือสั่งที่ใคร สั่งอย่างไร สั่งเท่าไหร่ ถ้าบริษัทซัพพลายเออร์แรกไม่ส่ง ระบบควรจะส่งสินค้าต่อไปที่ใคร สั่งที่ใครต่อ หรือจะตั้งเป็นระบบเสนอแนะก็สามารถทำได้หมด หรือสมมติขายวัสดุภัณฑ์ แล้วมีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่น พอใกล้ปิดร้าน มีการซื้อจากบุคคลเดียวกัน 5 ครั้ง ทุกวัน แบบนี้ผิดปกติแล้ว เครื่องก็จะจับได้ เพราะฉะนั้นภาพของ Ascend ก็คือการนำเทคโนโลยีของดิจิทัล มาทำให้ชีวิตการทำงาน ไม่ว่าจะของคนธรรมดาหรือองค์กร รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน สมบูรณ์แบบด้วยดิจิทัลทั้งหมด 

 

“สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นก็คือ เราจะเป็น Thailand 4.0 ทุกคนอยากไป ภาครัฐอยากไป แต่เรายังไม่ถึงสักที การเป็น Thailand 4.0 ภาครัฐสนับสนุน แต่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่นก็ต้องมีกำลังเพียงพอที่จะผลิตสิ่งใหม่ๆ ภาคเอกชนก็ต้องเปิดรับสิ่งใหม่เหล่านั้น ให้ทุกคนอยู่ได้ เป็น Eco System หรือระบบนิเวศน์ ระบบนี้จะหมุนได้ก็ต่อเมื่อเฟืองสามตัวนี้หมุนได้ทั้งหมด ผมเห็นว่า ระบบนิเวศน์ที่กรุงเทพฯ อาจจะแตกต่างจากที่เชียงใหม่ เช่นใน Ascend B2B ตอนนี้มีเริ่มมีดีมานด์การใช้ดิจิทัลเพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่เราผลิตและให้บริการไม่ทัน เราต้องการผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นเพิ่มอีกจำนวนมาก แต่ขณะที่เชียงใหม่อาจจะมีจำนวนตำแหน่งงานน้อยกว่าจำนวนนักพัฒนซอฟต์แวร์ ทั้งที่กำลังทำงานอยู่และน้องนักศึกษาที่จบใหม่ในแต่ละปี ที่ผมพบมากับตัวก็มีน้องนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยากจะมาทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ Ascend แต่พอคุยได้สักพัก ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ตัดสินใจไม่มาทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะว่าต้องอยู่ดูแลพ่อแม่ครับ ผมเองก็รู้สึกเสียดาย เพราะน้องเขามีความมุ่งมั่นที่ดีและความกตัญญูสูงมาก แต่ครอบครัวเขาอาจจะมีความไม่พร้อมทางด้านการเงิน และต้องการโอกาสที่จะทำงานที่ทำให้เขาสามารถก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง และสามารถอยู่ดูแลครอบครัวได้ในขณะเดียวกัน 

 

“อีกกรณีที่เราเห็นก็คือส่วนผู้บริหารและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นชาวเชียงใหม่แต่ทำงานอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่กรุงเทพฯ พอบุคคลเหล่านี้มีอายุอยู่ในช่วงสามสิบถึงสี่สิบซึ่งอยู่ในช่วงที่การงานมั่นคงและเริ่มมีความก้าวหน้า ก็มักตัดสินใจเลิกทำงานและกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ เพราะเป็นวัยที่พ่อแม่ท่านเริ่มมีอายุเยอะ ผมคิดว่าประเทศกำลังสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถ และระบบความสมดุลของการดำเนินชีวิตมันไม่สมดุลแล้ว ผมจึงคิดว่า จะทำอย่างไรให้โลกสองโลกที่มีความต้องการคนละด้านกลับมาพบและสมดุลกันได้ หรือจะทำอย่างไรให้องค์กรสามารถมีซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่นที่ดีและใช้ได้ทันตามกำหนดเวลา ขณะที่ผู้ให้บริการอย่างเราไม่สามารถจัดหาผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมากเพื่อผลิตงานและบริการได้ทันตามความต้องการของลูกค้าองค์กร น้องๆ ที่เชียงใหมจำนวนมากก็อาจต้องการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ในบริษัทที่มั่นคง และเขาสามารถอยู่กับครอบครัวที่เชียงใหม่ได้ ทำให้เราเกิดโครงการ ‘Ascend B2B CTA’ หรือการเปิดสำนักงานสาขาที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะทำให้เราสามารถตอบโจทย์หรือความต้องการที่กล่าวมาทั้งหมด และที่สำคัญคือทำให้บุคลากรชาวเชียงใหม่หรือจังหวัดใกล้เคียงสามารถที่จะมีงานที่มั่นคง มีขั้นตอนในการอบรมพัฒนาฝีมือและให้ความรู้ ทำให้เขามีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายระดับหนึ่ง และไม่ต้องกังวลเรื่องครอบครัวหรืออย่างอื่น สามารถที่จะนั่งคิดและผลิตงานที่มีคุณภาพอย่างเดียว สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ทั้งตัวเขาหรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ชาวเชียงใหม่คนอื่นๆ ดีกับลูกค้าเรา และดีกับประเทศ 

 

“ก่อนหน้าที่จะพิจารณาเลือกเชียงใหม่ ก็ต้องยอมรับว่าเราได้เคยพิจารณาเวียดนามหรือประเทศอื่นๆ แต่เราพบว่า บางอย่างมันไม่ลงตัว เช่น ภาษา หรืออะไรต่างๆ จึงกลับมานั่งคิดว่าทำไมเราไม่ให้โอกาสน้องๆ ในประเทศ เราเองก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทอื่นในกลุ่ม ในการสรรหาพนักงานจากจังหวัดขอนแก่นมา แต่อาจจะมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการ หลายคนมีความสามารถใช้ได้และเป็นกำลังหลักด้วย ซึ่งน้องๆ เหล่านี้เก่งมาก ทำให้เรากลับมามองจังหวัดหลักในประเทศไทย สุดท้ายจึงมาลงตัวที่เชียงใหม่ 

 

คุณ Htin Aung Hlaing

 

“ทีนี้มาถึงธุรกิจที่ผมดูแลอยูู่ก็คือ Ascend B2B ซึ่งเป็นสามกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ B2B หรือการให้บริการลูกค้าองค์กร ก็คือ พันธวณิช ซึ่งทำเรื่อง eProcurement (การจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ น่าจะติดอันดับต้นๆ ของอาเซียน เพราะในแต่ละปีจะมีการซื้อขายผ่านระบบ eProcurement ของพันธวณิช ทั้งจากภายในประเทศไทยและอีก 6 ประเทศ มีมูลค่ามากถึงปีละเกือบสองแสนล้านบาท ในช่วงนี้มีปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งพันธวณิชมีการให้บริการกับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่จำนวนมาก เช่น กลุ่มธนาคารและประกันภัยขนาดใหญ่อยู่หลายแห่ง และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก เช่น 7-11 และห้างสรรพสินค้าชั้นนำในประเทศเกือบทั้งหมด รวมถึงทุกบริษัทภายใต้ True Corporation และบริษัทชั้นนำอื่นๆ ทั้งในประเทศไทยและอีก 6 ประเทศ

 

“กลุ่มที่สองก็คือกลุ่มสินค้าอุปกรณ์สำนักงาน บริษัทนี้ชื่อ GoodChoiz บริการกลุ่มลูกค้าองค์กรในแง่ของการจำหน่ายอุปกรณ์และสินค้าที่ใช้ในสำนักงานหรือโรงงานเกือบทั้งหมด บริษัทนี้เติบโตเร็วมาก เช่นเดียวกับอีกหนึ่งบริษัท Ascend Travel ซึ่งให้บริการจองที่พักให้กับองค์กร ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าผมอยู่ Ascend ผมเดินทางไปเชียงใหม่ในนามบริษัท ผมคีย์ชื่อ apisit@ascendcorp.com เขาก็จะรู้จักว่าคือผมในฐานะพนักงานตามระดับขั้นในบริษัท ผมสามารถเลือกที่พักในเชียงใหม่ได้ตามงบประมาณที่กำหนดไว้ โดยระบบจะส่งให้ผู้ที่ทำการอนุมัติหรือเจ้านายพิจารณาการเดินทาง และเมื่อผมเข้าพักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ระบบของโรงแรมจะมาเก็บค่าบริการจากบริษัทเอง Ascend Travel นี่เติบโตมาก เกือบ 3,000 - 4,000% อัตราการเติบโตสูงมากเพราะเราใส่เทคโนโลยีไปเยอะ ค่าใช้จ่ายเราจึงอยู่ที่เทคโนโลยี อย่างที่เห็น เรานำคนจาก Silicon Valley และระดับเวิลด์คลาสเข้ามา เราเชื่อในการลงทุนทางเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีความสามารถ เพื่อให้เราพัฒนาความสามารถของเราให้เท่ากับความสามารถของบริษัทต่างๆ ในระดับเวิลด์คลาสให้ได้มากที่สุด เรามุ่งมั่นที่จะนำเอาประสบการณ์จากลูกค้ามาเป็นตัวช่วยผลักดันให้เราผลิตซอฟต์แวร์และบริการที่ลูกค้าองค์กรสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ที่สำคัญคือต้องมีคุณภาพที่ดีและราคาที่เหมาะสมกับตลาดปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้จะมีส่วนทำให้ Thailand 4.0 เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันบริษัทหรือองค์กรยังต้องใช้ซอฟต์แวร์ของต่างประเทศ ส่วนใหญ่มีราคาแพง ทำให้ Thailand 4.0 เกิดขึ้นได้ช้าและไม่ทั่วถึง แต่ซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มและการบริการของเราสามารถแก้อุปสรรคเหล่านั้นได้เกือบทั้งหมด และในปัจจุบันองค์กรขนาดใหญ่ๆ ในหลายอุตสาหกรรมให้การยอมรับและมีการใช้ซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นที่เกิดจากบริษัทคนไทยมากขึ้น ทำให้เรามีอัตราเติบโตที่สูงมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา เราจึงอยากจะหาน้องๆ หรือนักพัฒนาชาวเชียงใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยที่เขาไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน โครงการนี้เราเรียกว่า Ascend B2B CTA (Chiangmai Technology Army) เป็นการเชิญชวนน้องๆ ที่อยู่ในเชียงใหม่หรือจังหวัดใกล้เคียง หรือแม้แต่คนที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ แต่อยากกลับไปดูแลพ่อแม่ อยากกลับไปใช้ชีวิตปกติที่สมดุล เข้ามาร่วมงานกับเราครับ”

  • อาจจะได้คนกรุงเทพฯ ที่อยากไปอยู่เชียงใหม่ 

“มีครับ (หัวเราะ) Management ที่ออฟฟิศผมประมาณ 30% อาสาไปโปรเจ็กต์นี้ ไปทำงานที่เชียงใหม่ แต่ผมขอห้ามไว้ก่อน ขอให้โอกาสน้องๆ ที่นั่นก่อน คือชีวิตกรุงเทพฯ กับเชียงใหม่ก็ต่างกันเยอะนะ เชียงใหม่นี่ กาแฟแก้วเดียวก็มีความสุขแล้วนะ อากาศก็ดี เดินทางก็สะดวก”

  • เชียงใหม่เป็นเบสแรกนอกกรุงเทพฯ ของ Ascend เลยหรือเปล่า

“จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ Ascend Group มีศูนย์พัฒนาแห่งที่สองอยู่ที่ประเทศเวียดนามอยู่แล้ว แต่สำหรับส่วนที่ผมดูแลอยู่คือ Ascend B2B (คือกลุ่มบริษัทที่ทำงานให้ลูกค้าที่เป็นองค์กร) เชียงใหม่หรือ CTA จะเป็นเบสแรก ในอดีต บริษัทในกลุ่มอย่างพันธวณิช เคยมีธุรกิจให้บริการ eAuction ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้เราค่อนข้างคุ้นเคยกับเชียงใหม่อยู่แล้ว 

 

“การทำงานกับ Ascend B2B CTA นั้น สิ่งที่พวกน้องๆ จะได้อันดับแรกก็คือจบมาแล้วมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทที่เป็นชั้นแนวหน้าของประเทศ ภายใต้เครือธุรกิจกลุ่มบริษัททรู กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ลงทุนเรื่องของดิจิทัลสูงระดับต้นๆ ของประเทศ เพราะฉะนั้น น้องๆ ก็จะได้อยู่กับบริษัทที่มั่่นคง ในแง่ของรายได้ก็คงไม่แตกต่างจากกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับระดับความสามารถของพวกเขา ถ้าเขาเก่งจริงๆ เรายินดีให้เขาสูงกว่า อันที่สองก็คือ เรามีเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญที่จะทำให้เขาสามารถทำงานกับคนที่กรุงเทพฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่เขาทำจะเป็นการผลิตซอฟต์แวร์ระดับประเทศ ซึ่งในปี 2562 เราก็มีความตั้งใจว่าจะเปิดออฟฟิศ ในส่วนของ Ascend B2B ที่ต่างประเทศ ดังนั้นสิ่งที่เขาทำมันจะเป็นระดับสากลหรือระดับนานาชาติ

 

“น้องๆ จะได้เรื่องของ Know-How และองค์ความรู้ที่ทันสมัย รวมถึงความมั่นคงและโอกาสที่เขาจะได้แสดงฝีมือ ผมเชื่อว่า

คนที่ทำเทคโนโลยี ถ้าเขามีจิตใจที่สบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องพ่อแม่ มีรายได้ที่มั่นคง ไม่ต้องกังวลว่าทำงานไปในปีสองปี เทคโนโลยีเปลี่ยน แล้วเขาจะตามไม่ทัน หรือว่าบริษัทจะเกิดสภาวะอะไรหรือเปล่า ผมว่าถ้าเราสามารถลดความกังวลในแง่ของการดำรงชีวิต และเสริมสร้างความสามารถในแง่ของวิธีการคิดหรือฝีมือ เขาน่าจะเป็นบุคลากรที่ดีของบริษัท ถ้าบริษัทสามารถมีซอฟต์แวร์หรือบริการที่ดี สิ่งที่เขาทำก็จะส่งผลต่อลูกค้า ซึ่งก็คือหน่วยงานของประเทศ ระบบนี้มันจะทำให้เกิดเศรษฐกิจดิจิทัล เกิด Thailand 4.0 อย่างแท้จริง และผมเชื่อว่าถ้าน้องๆ เขาเก่งมากขึ้น สุดท้ายเขาก็จะสามารถไปแนะนำคนเชียงใหม่หรือหน่วยงานในเชียงใหม่ให้เข้าใจและเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็เชื่อว่าการที่อยู่เชียงใหม่ไม่ได้จำกัดความสามารถของเขา”

  • แสดงว่า Ascend มุ่งเป้าไปที่คนทำงานในลักษณะที่เป็นคนรุ่นใหม่

“ใช่บางส่วนครับ จริงๆ แล้ว จะเป็นคนที่มีอายุก็ได้ ขอให้เป็นคนหัวสมัยใหม่ มีความสามารถ และตามทันเทคโนโลยี” 

  • สมมติว่า ถ้าเราอยากสมัครงานที่นี่ เราต้องเตรียมตัวอย่างไร เรียนมาทางด้านไหน พื้นฐานด้านไหน

“ในช่วงเริ่มต้น ตำแหน่งงานหลักที่จะเปิดก็คือส่วนของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ถ้าน้องๆ หรือพี่ๆ มีความสนใจ สามารถเข้าไปดูหรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กของเรา (Ascend B2B CTA) หรือสามารถส่งเรซูเม่ไว้ได้เช่นกัน อาจจะติดต่อมาก็ได้ เรามีเบอร์โทรแจ้งอยู่ครับ”

  • วุฒิไม่จำเป็นต้องตรงสาขา

“ใช่ครับ ขอให้มีความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์ แล้วก็มีไฟ ถ้าใครเป็นมือดีแล้ว ผมว่า คุณไม่ต้องกลัวว่าอยู่เชียงใหม่แล้วเรื่องรายได้หรือโอกาสจะน้อยกว่าคนกรุงเทพฯ ผมคิดว่าสิ่งนี้จะช่วยสร้างตลาดงาน สร้างโอกาส ให้นักพัฒนาที่มีฝีมือ หรืออยากจะเป็นนักพัฒนาที่มีฝีมือ มีโอกาสที่จะทำงาน ได้ความรู้ใหม่ๆ ได้แสดงฝีมือ โครงการนี้น่าจะพอมีส่วนช่วยเพาะบ่มคนที่มีความสามารถทางด้านเทคโนโลยีให้กับจังหวัดเชียงใหม่ได้บ้าง เพราะผมเชื่อว่าไม่เพียงแต่คนเชียงใหม่หรือคนกรุงเทพฯ เท่าที่ถามๆ มา คนต่างชาติที่อยากจะมาอยู่ Ascend บางคนก็เลือก

เชียงใหม่เช่นกัน”

  • ซึ่งอาจเป็นจังหวะดี เพราะเริ่มมีการพูดว่าเชียงใหม่กำลังเป็น Hub ของพวก Digital Nomad

“ใช่ครับ ผมก็ได้ยินจากหลายท่านที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ว่า เดี๋ยวนี้มีโปรแกรมเมอร์ไปอยู่ที่เชียงใหม่เป็นจำนวนมาก และมีบางส่วนเป็นชาวต่างชาติ เข้ามาอยู่ประมาณปีสองปีแล้วก็ไป เรามีโอกาสที่จะเรียนรู้จากเขาแล้วก็เก็บองค์ความรู้นั้น ก็เป็นไปได้ แต่ผมไม่อยากให้เชียงใหม่เป็น Silicon Valley จ๋า คือเด็กอเมริกันหรือยุโรป เรียนจบไฮสคูลหรือมัธยมปลายก็ต้องไปอยู่ข้างนอก กลับไปอยู่บ้านพ่อบ้านแม่ไม่ได้ ดังนั้นเขาพร้อมที่จะย้ายถิ่นฐานตลอดเวลา ระบบครอบครัวค่อนข้างไม่เหมือนของไทย ที่เราจะต้องดูแลพ่อแม่โดยเฉพาะตอนท่านแก่ตัว เพราะฉะนั้นด้วยวัฒนธรรมที่ต่างกัน เราเป็น Silicon Valley ไม่ได้ 100% แต่เราจะสร้างเทคโนโลยีแบบผสมผสาน เป็นเชียงใหม่สไตล์นี่แหละครับ”

  • พอจะบอกได้ใหมว่า บริษัทจะเปิดประมาณเดือนไหน

“จะเริ่มเปิดประมาณเดือนกรกฎาคม 2561 นี้ เรากำลังเลือกออฟฟิศ ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่เดินทางสะดวก บรรยากาศน่าทำงาน และมีกลิ่นอายของความเป็น Ascend ผู้ที่สนใจสามารถติดตามอัพเดทสถานที่ตั้งออฟฟิศใหม่ ได้ทางหน้าเฟซบุ๊กเพจของเรา (Ascend B2B CTA) อีกไม่นานเราคงจะดำเนินการเสร็จเรียบร้อย โดยในตอนนี้เรามีผู้สมัครและได้รับการคัดเลือกบ้างแล้วครับ”

  • พื้นที่ที่วางไว้ เริ่มที่กี่ตารางเมตร 

“น่าจะเริ่มที่ประมาณ 500 ตารางเมตร คือสามารถรองรับน้องๆ หรือรับพนักงานตามจำนวนที่ประมาณการสำหรับช่วงแรก คือที่จำนวนพนักงานห้าสิบคนถึงหนึ่งร้อยคน เพราะเมื่อบอกทุกคนใน Ascend B2B ว่าเราจะเปิดสำนักงานสาขาในเชียงใหม่ พนักงานหลายคนก็อยากมา โดยเฉพาะ Management นี่แหละครับ... ตัวดีเลย อยากมามาก ผมบอกอนุญาต แต่ถ้าไป ผมตัดเงินเดือน... ล้อเล่นนะครับ (หัวเราะ)”

  • ถ้าย้อนไปสัก 15-20 ปีที่แล้ว คนที่เชียงใหม่จะพูดกันว่า เราไม่ค่อยมีบริษัทให้เราทำงาน ไม่มี Know-How ทุกคนต้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วค่อยกลับไปพัฒนา โปรเจ็กต์นี้เป็นเหมือนการเอา Know-How ไปให้ ใช่ไหม

“ครับ ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทขนาดใหญ่ ทำให้มีภูมิคุ้มกันสูง อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นคอยให้ความรู้เช่นเดียวกับบริษัทที่กรุงเทพฯ จากประสบการณ์ที่ผมเคยทำงานในบริษัทต่างชาติชั้นนำหลายที่ พออายุถึง 55 ผมก็ต้องรีไทร์ หรือบางบริษัทบอก ‘อภิสิทธิ์ คุณสามารถอยู่ถึง 60 เลยนะ’ แต่มันก็ตอบยากนะครับ เพราะในอดีตมีหลายครั้งที่สำนักงานใหญ่ในอเมริกาเขาต้องการยุบหน่วยงานบางหน่วยงาน นั่นหมายถึงเลิกหน่วยงานนี้หมดทุกประเทศโดยเราไม่สามารถทัดทานได้ แต่สำหรับ Ascend B2B CTA ทุกคนสามารถมั่นใจในความมั่นคงของบริษัทได้อย่างแน่นอนครับ”

 

“จากนี้ไป เทคโนโลยีจะเปลี่ยนเร็ว เพราะฉะนั้น คนที่อยู่ในสายดิจิทัลจะต้องอยู่ในแหล่งที่องค์ความรู้ไหลมาได้เร็ว โลกยุคใหม่จะเปลี่ยนไป ปัจจุบันเราก็เห็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากๆ ตั้งแต่อายุสามสิบ อีกไม่นานเราก็จะเห็นคนที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ที่ประสบความสำเร็จ เพียงแต่ว่าน้องๆ บางกลุ่มอาจจะขาดโอกาส ขาดโค้ช เพราะเช่นนี้นี่แหละครับ สร้างสมดุล แล้วเขาก็จะมีส่วนช่วยให้ Thailand 4.0 เศรษฐกิจดิจิทัลเกิดขึ้นในเมืองไทย”

  • สไตล์ออฟฟิศที่เชียงใหม่ จะเหมือนที่เราเห็นในกรุงเทพฯ ไหม

“จะใกล้เคียงครับ แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติ เพราะเราไปสำรวจมาแล้วว่าน้องๆ ไม่ชอบตึก แต่ชอบธรรมชาติ (หัวเราะ)สำนักงานเราอาจจะมีคาแรคเตอร์บางอย่างที่ทำให้มีสีสันมากขึ้น เราคิดไว้ว่าอาจจะมี Chat Zone กลางแจ้ง วันเสาร์ - อาทิตย์ก็ให้น้องๆ เข้ามาใช้ เพื่อสอนเขาให้เขารู้ว่าพัฒนางานอย่างไร ที่ผ่านมามีหลายท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Ascend Commerce B2B และได้เห็นวิธีพัฒนาซอฟต์แวร์ของเราและมีความสนใจ ก็คิดว่าสำนักงานของ Ascend B2B CTA ตรงนี้ ไหนๆ ก็จะเปิดแล้ว ก็น่าจะมีส่วนช่วยสร้าง Community ที่เป็นเทคโนโลยีด้วย ในอนาคตน้องๆ ที่เก่งขึ้นก็อาจจะมาทำงานกับเราก็ได้ หรือเขาอาจจะมีโอกาสที่จะไปแนะนำหรือช่วยคนอื่น 

 

ASCEND B2B CTA

 

“พันธวณิชก็ได้รับโอกาสจากบริษัทใหญ่ๆ ในสมัยที่เปิดแรกๆ สมัยนั้นคนจะเชื่อแต่บริษัทอเมริกัน เราก็ได้รับโอกาสจากบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่บอกว่า ‘เราขอสนับสนุนคนไทยที่มีความสามารถ’ นั่นคือเมื่อหลายปีก่อน จนกระทั่งถึงวันนี้ เราได้ยินคำนี้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นจากลูกค้ากลุ่มธนาคารหรือธุรกิจค้าปลีก เพราะผมเคยได้รับโอกาส บริษัทก็เคยได้รับโอกาส ผมอยากส่งต่อโอกาสนี้ให้คนที่เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง เพราะคิดว่าน่าจะมีหลายคนที่เป็นอย่างนักศึกษาคนนั้นที่มาคุยกับผม จริงๆ ผมว่าคนเหล่านี้กตัญญูนะ เขาเลือกที่จะไม่เดินในสายนี้ เลือกที่จะอยู่กับพ่อแม่ คนเหล่านี้เป็นคนที่น่าให้โอกาส เพราะผมเชื่อว่า ถ้าเราให้อะไรเขาไป เขาก็จะกตัญญูแล้วก็ตอบแทน ความเป็นไทยมันดีอยู่แล้วครับ” 

  • แปลว่าทัศนคติของคนทำงานก็สำคัญ

“ถูกครับ ใน Ascend เราเน้นว่า ถ้าคนดี คนเก่ง เราเลี้ยงจริงๆ เก่งอย่างเดียวก็ไม่ได้ ดีอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเราทำธุรกิจ ต้องเก่งและดีด้วย หลายๆ คนที่มาอยู่กับเราแค่ปี - สองปี เขาพัฒนาไปเร็วมาก ผมโปรโมทคนหนึ่ง อายุ 35 ขึ้นมาดูธุรกิจมูลค่าสองร้อยล้าน ในฝ่าย Management ของผมมีอายุตั้งแต่ 34 - 58 ปี ผู้บริหารระดับสูงก็ให้แนวทางว่า ถ้าน้องคนไหนเก่งมากๆ ต่อให้อายุน้อยก็ต้องโปรโมท ถ้าเขาเก่งมากๆ และถ้าสามารถเป็น MD ได้ ก็โปรโมทเช่นกัน ต้องให้โอกาสเขา อายุจะไม่ใช่ข้อจำกัดความสามารถ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อายุเยอะจะไม่มีโอกาส ผมว่าถ้าอายุเยอะ แต่ทันสมัย มีพลัง มีมันสมอง มีประสบการณ์ เราก็ต้องขอเชิญให้เขามาช่วยเรา 

 

“มีคนถามว่าคุณอภิสิทธิ์เปิดศูนย์ฯ คุ้มเหรอ? ผมบอกว่า เอาจริงๆ นะ ค่าใช้จ่ายไม่ต่างจากกรุงเทพฯ หรอก อย่างในกรณีที่ส่งผู้เชี่ยวชาญที่เราเชิญมาจากต่างประเทศ แล้วนำมาอบรมที่เชียงใหม่ ค่าเสียเวลางานของเขามหาศาลมาก อันที่สองคือค่าเดินทาง ค่าติดต่อ ค่าสอน ไม่คุ้มหรอกครับ อาจจะเท่าๆ หรือแพงกว่าการตั้ง Tech Army ที่กรุงเทพฯ แต่เราคิดว่าอาจจะพบบุคลากรเก่งๆ ที่เชียงใหม่ หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า ‘เพชรในตม’ ที่นี่ก็ได้ 

 

“ทุกครั้งที่นึกถึงเชียงใหม่ ผมจะนึกถึงน้องนักศึกษาคนนั้น ก็ยังได้เจอกันบ้างครับ ได้ข่าวว่าพ่อเขาส่งน้ำแข็ง แล้วเขาจะไปช่วย ขอแบ่งน้ำแข็งบางส่วนไปขาย เพื่อเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าเรียน เด็กอย่างนี้ผมชอบมาก ถ้าเขามีโอกาส ผมว่าเขาจะทำได้ดีมาก คนที่รู้จักดูแลตัวเอง รับผิดชอบครอบครัวอย่างนี้ ผมอยากให้โอกาสเขาแล้วดูว่าเขาจะเป็นอย่างไร”

- จาก Silicon Valley สู่ เมืองไทย -

เขาคือคนทำงานระดับหัวกะทิจากชุมชนดิจิทัลที่โด่งดังอย่าง Silicon Valley, สหรัฐอเมริกา – คุณ Htin Aung Hlaing หรือที่เพื่อนร่วมงานเรียกกันสั้นๆ ว่า ‘คุณธิน’ เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่เกี่ยวพันกับเทคโนโลยีดิจิทัลหลังจากจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย UC IRVINE และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon จากแรกเริ่มอาชีพกับบริษัทในแวดวง Telecommunication and Security กระทั่งย้ายมาสู่แวดวงการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลจำนวนมหาศาลหรือ Big Data อีกราวสิบปี และสุดท้าย เขาก็ตัดสินใจเข้ามาร่วมงานในตำแหน่ง Chief Technology Officer ของบริษัทสัญชาติไทยอย่าง Ascend Commerce

 

ASCEND B2B CTA

คุณ Htin Aung Hlaing

  • ทำไมถึงเลือกเมืองไทย

“มันน่าสนใจ เพราะว่าสำหรับผม เมืองไทยมีโอกาสมากมายที่จะใช้ประโยชน์จาก Digital Transformation (การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในธุรกิจ) ถ้าคุณถามผมเมื่อ 5 - 10 ปีที่แล้ว มันไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะว่าเทคโนโลยีหลายอย่างส่งต่อไม่ได้ คือมันอาจจะมีให้ใช้ใน Silicon Valley แต่ไม่ใช่ในเมืองไทยหรือแม้แต่ในเอเชีย แต่เวลาก็เปลี่ยนไปในวิถีทางที่ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังที่ไหนก็ได้ในโลก ด้วยเทคโนโลยีอย่าง Cloud และ Open Source ต่างๆ เพราะนวัตกรรมด้าน Big Data จำนวนมาก 

 

“หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมมาเมืองไทยก็คือ CEO ของเรา คุณปุณณมาศ บอกผมว่า มีหลายชีวิตที่จะดีขึ้นเพราะเราช่วยยกระดับชีวิตให้พวกเขา ซึ่งนั่นเป็นคำประกาศที่มีพลังมาก แล้วผมก็ไม่ได้เป็นคนที่สักแต่ว่าทำงาน ผมทำงานด้วยความรักที่จะช่วยเหลือผู้คน แล้วนี่ก็เป็นบริษัทที่ผมเชื่อว่า เรากำลังทำ Digital Transformation ที่ไม่ใช่แค่เพื่อธุรกิจอย่างเดียว แต่เป็นธุรกิจที่จะช่วยให้ชีวิตคนดีขึ้นด้วยจริงๆ ซึ่งนั่นจับใจผมมาก และคือเหตุผลที่ผมมาที่นี่”

  • ประทับใจอะไรมากที่สุดหลังจากย้ายมาที่นี่

“ผมคงต้องบอกว่า ‘คน’ และผมก็รู้จักอาหารไทยนะครับเพราะว่าภรรยาผมเป็นคนไทย (และเป็นสาวเชียงใหม่) ก่อนมาที่นี่ ผมก็ไม่รู้ว่าจะคาดหวังอะไรกับการทำงานกับคนไทย ผมไม่เคยทำงานกับคนไทย ผมเคยทำงานกับคนจีน เวียดนาม พม่า ยุโรปตะวันออก ต่างคนก็ต่างวัฒนธรรมครับ แต่สิ่งที่ประทับใจผมมากที่สุดเกี่ยวกับคนไทยก็คือ ความปรารถนา ความตั้งใจและต้องการทำงานกันเป็นทีมเวิร์ค แต่ผมก็พูดเฉพาะจากมุมที่ผมได้ทำงานใน Ascend Group นะ มันมีความท้าทายเยอะมาก มองจากมุมหนึ่ง เราอาจพูดว่าความท้าทายนี้จัดการได้ยาก เอาชนะไม่ได้ หรือจะมองอีกมุมว่า นี่สนุกมาก เราฝ่าฟันไปด้วยกันได้ ที่ Amazon เขาพูดกันว่า Work Hard. Have Fun. Make History และนั่นคือสิ่งที่เราเชื่อกันที่นี่ เราทำงานเป็นทีม ได้รางวัลในฐานะที่เป็นทีม เราเอาชนะความท้าทายในฐานะทีม เราแบ่งปันความล้มเหลวในฐานะทีมเช่นกัน นั่นคือสิ่งที่ประทับใจผมที่สุด ใน Silicon Valley มันต่างออกไป ที่นั่นมีจังหวะที่เร่งรีบ เป็นสภาพที่มีการเคลื่อนไหวตลอด มีความเป็นปัจเจกสูงมาก หลายบริษัทพยายามจะทลายกำแพงนั้น คุณอาจได้ยินเรื่อง Emotional Intelligence, EQ จากบริษัทอย่างเฟซบุ๊ก กูเกิล แต่ภายใต้สิ่งเหล่านี้ มันต้องมีความรู้สึกร่วมกันในฐานะทีม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าคนไทยมี”

  • คิดอย่างไรกับการเปิดศูนย์ที่เชียงใหม่ 

“ผมคิดว่ามันต้องท้าทายมากในตอนเริ่มต้น เราจะแบ่งหน้าที่ แบ่งงานกันอย่างไร เราจะหาคนทำงานที่เหมาะสมได้อย่างไร แต่ขณะเดียวกันผมก็คิดว่ามันเป็นโอกาสที่จะนำพาคนใหม่ๆ เข้ามา ผมคิดว่ามันก็เป็นการเริ่มต้นที่สดใหม่ ในฐานะที่เป็นส่วนขยายของพันธวณิช ซึ่งเราก็อยากขยายไปสู่ระดับอาเซียนด้วยเหมือนกัน ผมคิดว่านี่เป็นโปรแกรมนำร่อง

ที่ดีมาก เพื่อทำให้เราเข้าใจว่าอะไรคือความท้าทายของเรา”

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

Website : http://www.ascendcorp.com/

Facebook : Ascend Group

Facebook : Ascend B2B CTA

 

เรื่อง : วรรณกร ทองเสริม

ภาพ : ธวัชชัย โคตรพจน์

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai