Skip to main content

CHIANGMAI BUS TEST  รถเมล์เชียงใหม่ ไปลองมาแล้ว!

728

HIP ส่งสามสาว HIP Junior ไปทดลองนั่ง RTC Chiangmai Smart Bus รถเมล์สายใหม่ที่เริ่มเปิดให้บริการในตัวเมืองเชียงใหม่มาได้ซักพักใหญ่ๆ แล้ว พร้อมกับให้โจทย์ไปว่า “กลับมาเขียนบอกคนอ่านด้วยว่าไปนั่งมาแล้วเป็นยังไงบ้าง?” และต่อจากนี้คือประสบการณ์ตรงที่แท้ทรูจากการที่น้องๆ HIP Junior ไปลองใช้บริการกันมา ผลที่ได้จะออกมาเป็นแบบไหน ลองแล้วชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ขอเชิญติดตามกันได้ต่อจากนี้เลย!

 

bus1

 

- 1 -

 

เราได้รับมอบหมายจากพี่ๆ ที่ HIP ให้ไปลองนั่งรถเมล์ที่เพิ่งจะเปิดให้บริการในเชียงใหม่ และเขียนประสบการณ์ในการนั่งรถเมล์มาส่ง เอาล่ะสิ จะหลงไหมเนี่ย แต่คงไม่หลงหรอก นี่เชียงใหม่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ซะหน่อย (เราเคยลองนั่งรถเมล์ในกรุงเทพฯ ตอนไปดูงานกับทางมหาวิทยาลัย ก่อนจะขึ้นก็คิดอยู่แล้วว่าต้องหลงแน่ๆ และแล้วก็หลงจริงๆ ด้วย…)

 

bus2

 

bus3

 

ก่อนจะไปเราก็หาข้อมูลว่าต้องไปเริ่มที่จุดไหน สรุปคือรถเมล์เริ่มต้นที่สนามบิน ตอนมาถึงเห็นรถเมล์กำลังมา เลยรีบข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อจะขึ้นรถเมล์ คนขับรถเห็นเราโบกมือจะขึ้นรถมาแต่ไกลจึงจอดรถรอ พอได้ขึ้นรถ คนขับรถกับกระเป๋ารถเมล์ก็บอกว่า “จริงๆ ที่ตรงนี้เขาไม่ให้จอดหรอก แต่นี่มันก็ยังไม่มีป้ายติด บางคนก็ยังไม่รู้ว่าต้องรอตรงไหน อนุโลมให้ก่อนช่วงนี้” แล้วก็ยื่นแผนที่เส้นทางรถเมล์ให้เรา 

 

bus4

 

bus5

 

หลังจากนั้นพี่เขาก็ถามต่อว่า “มีบัตร Rabbit หรือยัง?” เราก็งง มันคือบัตรอะไร? ต้องมีด้วยเหรอ? พี่คนขับก็เลยอธิบายว่าเป็นบัตรที่ใช้กับรถเมล์ไง ซื้อที่พี่เขาก็ได้นะ... อ๋อ อย่างนี้นี่เอง (แต่วันที่ไปยังเป็นช่วงที่เปิดให้นั่งรถเมล์ฟรีอยู่ ก็เลยไม่ได้ซื้อบัตร) จากนั้นเราก็เริ่มสำรวจรถเมล์คันนี้ โดยระหว่างที่กำลังนับจำนวนที่นั่งภายในรถอยู่ คุณยายซึ่งมากับหลานและอยู่ในรถก่อนเราแล้วก็บอกว่า“ทั้งหมด 45 ที่ รวมกับราวจับด้วยนะ คงจะเต็มที่ได้ 45 คนเนี่ยแหละ” แล้วในรถก็ยังมีที่นั่งสำหรับคนพิการและที่นั่งสำหรับพระภิกษุด้วยนะ เรียกว่าสะดวกต่อผู้ใช้บริการทุกรูปแบบจริงๆ 

 

bus6

 

bus7

 

เมื่อรถเมล์เดินทางมาจนถึงถนนนิมมานเหมินท์ เราก็คิดว่าควรที่จะลงจากรถเพื่อที่จะลองขึ้นรถเมล์คันต่อไปดูบ้าง ก็เลยดูทั้งแผนที่เส้นทางรถเมล์ที่ได้มา และในแอพพลิเคชั่นของรถเมล์ที่เพิ่งโหลดมาด้วยว่าควรจะลงที่ป้ายไหนดี ดูไปดูมาก็ยังงงๆ เลยถามคนขับกับกระเป๋ารถเมล์ดีกว่า พี่ๆ เขาก็ให้คำแนะนำอย่างดี “ถ้าหนูจะกลับสนามบินก็ข้ามไปฝั่งตรงข้ามนะ แต่ถ้าจะนั่งรถต่อไปอีกก็รอฝั่งนี้แหละ” แล้วพี่คนขับก็จอดให้เราลงรถที่ป้าย ‘นิมมาน 4’ หลังจากลงจากรถ เราเช็คในแอพพลิเคชั่นว่ารถเมล์คันต่อไปอยู่ตรงไหน กับเก็บภาพรถเมล์ที่กำลังสวนมาอีกฝั่ง ต่อมาครู่ใหญ่รถเมล์คันที่เรารออยู่ก็มาถึง คันนี้ผู้คนเพิ่มขึ้นจากคันแรกนิดหน่อย คนขับกับกระเป๋ารถเมล์ก็เอ่ยทักทายเราอย่างเป็นมิตรอีกเช่นเคย 

 

bus8

 

bus 9

 

รถเมล์ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างเรื่อยๆ ด้วยสภาพบนท้องถนนที่รถติดแออัด ทำให้การเดินทางล่าช้า เราเองก็ไม่อยากถึงสนามบินค่ำมืด และเห็นว่าอีกฝั่งกำลังจะมีรถเมล์สวนมา เลยลงจากรถที่ป้าย ‘วิทยาลัยฯ ศรีธนา 2’ และข้ามถนนเพื่อไปขึ้นรถเมล์ที่ใกล้จะมาถึงที่ป้าย ‘Hillside Plaza 2 (ธนาคาร UOB)’ รอเพียงครู่เดียวเราก็ได้ขึ้นมาอยู่บนรถเมล์ ซึ่งเป็นคันที่ 3 แล้วที่เราได้ทดลองนั่งในวันนี้ บรรยากาศในรถเมล์คันนี้แตกต่างจากสองคันก่อน ตรงที่ไม่มีผู้โดยสารคนอื่นนอกจากเรา ภายในรถเลยมีแค่เสียงของคนขับรถกับกระเป๋ารถเมล์ที่พูดคุยกัน ส่วนเราก็เก็บภาพบรรยากาศทั้งในและนอกรถไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรถเมล์เคลื่อนเข้ามาในสนามบินและมาถึงศูนย์รวมรถเมล์ (ทางออกประตู 1) เมื่อรถจอดเทียบท่าเรียบร้อย เราก็ลงจากรถและเก็บภาพรถเมล์ที่จอดนิ่งสนิทอีกเล็กน้อย เป็นอันเสร็จสิ้นการทดลองนั่งรถเมล์ในครั้งนี้ 

 

bus10

 

bus11

 

งานนี้เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราได้พบเจอผู้คนและได้เห็นอะไรมากมายที่ยังไม่เคยเห็น ถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะมานั่งรถเมล์ของที่นี่อีกนะ เพราะการนั่งรถคราวนี้สร้างความประทับใจให้เราแบบไม่รู้ลืมจริงๆ 

 

สิ่งที่ชอบ :

- พนักงานเป็นมิตร พูดคุยให้คำแนะนำเป็นอย่างดี

- มีแอพพลิเคชั่นให้ดูเส้นทางและรถเมล์ที่กำลังวิ่งอยู่ตามเส้นทาง

- มีบัตรโดยสารให้ซื้อสำหรับคนที่จะใช้บริการ

 

อยากให้ปรับปรุง :

- ตำแหน่งของป้ายบางที่ยังไม่ชัดเจน

 

ผู้โดยสาร : ซา – ซาฟีนา 

มาฝึกงานไกลบ้าน (เยอะ) เพราะมาจากจังหวัดสตูล ตอนอยู่ที่บ้านเคยนั่งรถสองแถวไปโรงเรียน กับไปหลงทางตอนนั่งรถเมล์ในกรุงเทพฯ อย่างที่เธอเขียนไว้ ส่วนระหว่างที่มาเป็นนักศึกษาฝึกงานที่ HIP ไปไหนมาไหนด้วยมอเตอร์ไซค์เป็นหลัก

 

 

 

- 2 -

 

โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ค่อยชอบนั่งรถเมล์หรือรถสาธารณะเท่าไหร่ เพราะคิดว่าขับช้า จอดแวะบ่อย แต่พอได้มาลองนั่งรถเมล์ที่เชียงใหม่ ตามที่พี่ๆ ที่ HIP มอบหมายแล้ว ก็รู้สึกว่าชอบมากกับการเดินทางราว 1 ชั่วโมงกว่าๆ ในวันนั้น

 

bus12

bus13

 

รถเมล์ที่เราไปทดลองใช้บริการนั้นเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน โดยเส้นทางจะเริ่มจากสนามบินเชียงใหม่วิ่งเข้าสู่ตัวเมือง ผ่านย่านสำคัญต่างๆ วันที่เราไปทดลองใช้บริการนั้นอากาศดีมีลมเย็นหน่อยๆ เหมาะกับการนั่งรถเมล์ชมวิวรอบเมืองเชียงใหม่จริงๆ รถเมล์คันที่เราขึ้นออกจากสนามบินช่วงบ่ายสองครึ่งของวันอาทิตย์ ในรถมีคนอยู่ทั้งหมด 7 คน (รวมเราด้วย) ความรู้สึกแรกเมื่ออยู่บนรถก็คือสบายดีจัง ไม่ต้องขับรถเองภายใต้อากาศร้อนๆ ของช่วงหน้าร้อนแบบนี้ กับการได้นั่งชมวิวของเมืองเชียงใหม่ไปตลอดทางก็น่าจะสนุกดี 

 

bus14

 

bus15

 

รถเมล์ที่พาเราท่องไปในเมืองเชียงใหม่วันนี้ ภายนอกเป็นสีน้ำเงินทั้งคัน สามารถมองเห็นได้ง่าย ภายในรถตกแต่งโดยเน้นโทนสีเทาเหลือง จำนวนเบาะทั้งหมดมี 31 ที่นั่ง รวมกับที่นั่งของคนพิการด้วย โดยเบาะของคนพิการจะมีสัญลักษณ์บอกไว้ (เป็นเบาะนั่งสีเขียว) เบาะธรรมดากว้างและนิ่มมาก นั่งสบายไม่อึดอัด ไม่ปวดหลัง ส่วนคนที่ต้องยืนก็มีราวจับที่แข็งแรงให้จับ แถมแอร์ยังเย็นฉ่ำทั่วทั้งคัน 

 

bus 16

 

bus 17

 

เวลาออกของรถในแต่ละเที่ยวเขาบอกว่าจะออกทุกๆ 20 นาที หรือถ้าจะรอรถคันต่อไป ก็รอที่ป้ายประมาณ 20 กว่านาที สำหรับเราแล้วก็ถือว่าไม่นานมากนัก ส่วนความเร็วในการขับรถก็ถือว่าอยู่ในระยะเวลาที่พอดี ไม่เร็วและไม่ช้าเกินไป การพูดจากับผู้โดยสารของพนักงานก็ดีเยี่ยม พี่คนขับรถพูดเพราะ คอยถามผู้โดยสารตลอดทางว่าใครจะไปตรงไหน จะลงตรงนั้นตรงนี้ใช่ไหม ได้ยินแล้วก็แอบยิ้มตามไปด้วย 

 

bus 18

 

ตอนผ่านถนนนิมมานเหมินท์ เราอยากหาอะไรเย็นๆ กิน ก็เลยตัดสินใจว่าจะลงจากรถตรงป้ายแรกแถวๆ นิมมานเลย หลังจากจัดน้ำมะพร้าวไป 1 ลูกกับเดินดูโน่นดูนี่อยู่พักใหญ่ มองนาฬิกาอีกที อ้าว เดินเพลินเลย 555 ก็เลยเดินมารอขึ้นรถเมล์ที่นิมมาน ซอย 1 รอสักพักประมาณ 20 นาที รถเมล์สีน้ำเงินก็เข้ามาจอดรับผู้โดยสารรวมถึงเราด้วย พอรถจอดก็ไปจับจองที่นั่งกันตามใจชอบได้เลย คันนี้แอร์เย็นฉ่ำดีจังเลย เล่นเอาเกือบหลับ 

 

เราเลือกที่นั่งติดหน้าต่างเพราะอยากจะชมวิวของเมืองเชียงใหม่ รถออกเดินทางไปตามเส้นทางเรื่อยๆ จนถึงแถวๆ กาดสวนแก้ว มีคุณลุงคนหนึ่งมายืนรอโบกรถเมล์ แต่ว่าตรงนั้นไม่ใช่ป้ายที่รถเมล์จอด พี่คนขับรถแกก็จอดรับนะ พอลุงขึ้นมาแล้วแกถึงบอกคุณลุงว่าตรงนี้ไม่ใช่ป้ายนะครับ ป้ายรอรถเมล์อยู่ข้างหน้า คราวหน้าต้องเดินตรงไปอีกนิดนึงนะครับ จากนั้นรถเมล์ก็วิ่งต่อไปตามเส้นทาง ผ่านประตูท่าแพที่มีนักท่องเที่ยวเดินไปเดินมาเพียบ ผ่านคูเมือง ก่อนจะนำเรามุ่งสู่ปลายทางที่สนามบินเชียงใหม่ในที่สุด 

หลังจากได้ทดลองใช้บริการแล้ว บอกเลยว่ารถเมล์สายนี้เหมาะมากสำหรับใครที่อยากนั่งชมบรรยากาศรอบๆ เมืองเชียงใหม่ แถมยังทำให้ได้รู้จักเส้นทางต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วยล่ะ

 

สิ่งที่ชอบ :

- เบาะกว้างและนิ่ม นั่งสบาย

- แอร์เย็นฉ่ำดีมาก!

- เส้นทางผ่านสถานที่สำคัญๆ เยอะ นั่งชมวิวชมบรรยากาศรอบเมืองเชียงใหม่ได้

 

อยากให้ปรับปรุง :

- ผู้โดยสารยังไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นป้ายจอดรถ ยังมีคนโบกรถตรงที่ไม่ใช่ป้ายอยู่

 

ผู้โดยสาร : แคท – รัตติยา

บ้านอยู่ร้อยเอ็ด เธอบอกว่าไม่ค่อยชอบรถเมล์เท่าไหร่ เวลาไปกรุงเทพฯ ก็นั่งแท็กซี่มากกว่า (ส่วนตอนอยู่เชียงใหม่ใช้มอเตอร์ไซค์ไปไหนมาไหน) แต่หลังจากไปลองนั่งรถเมล์มา ท่าทางเธอจะชอบมากเลยล่ะ! 

 

 

 

 

- 3 -

 

ช่วงที่ทาง RTC Chiangmai Smart Bus รถเมล์รายใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้ทดลองนั่งรถกันฟรีๆ ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ไปทดลองนั่งกับเขาด้วยเหมือนกัน ซึ่งเหตุผลหนึ่งก็เป็นเพราะพี่ๆ ที่ HIP ให้โจทย์มาว่า ให้ไปทดลองใช้บริการรถเมล์สายนี้ดูนั่นเอง

 

bus19

 

bus 20

 

bus 21

 

เรามาเริ่มต้นกันที่เส้นทางการเดินรถกันก่อน จุดจอดรถเมล์จะอยู่ที่สนามบินเชียงใหม่ โดยจะมีรถวิ่งอยู่ 2 สาย คือสายสีแดง (วิ่งวนขวา) และสายสีเหลือง (วิ่งวนซ้าย) ซึ่งเราต้องถามพนักงานขับรถว่าคันนี้สายสีอะไร เพราะไม่ได้มีสัญลักษณ์ที่แสดงให้รับรู้ได้เลย เราเลือกขึ้นรถสายสีแดง โดยทราบข้อมูลจากคนขับรถว่ารถจะออกทุกๆ 20 นาที 

 

bus 22

 

ระหว่างรอรถออกจากท่า เราศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในเพจ RTC Chiangmai Smart Bus และได้รู้ว่าเขามีแอพพลิเคชั่นชื่อว่า CM Transit จึงโหลดมาดูว่าในนั้นมีข้อมูลอะไรบ้าง (มีให้โหลดทั้ง IOS และ Android) เมื่อเปิดแอพพลิเคชั่น หน้าตาจะคล้ายๆ กับ Google Map แต่จะมีเส้นสีแดงและเหลืองบอกเส้นทางการเดินรถไว้ รวมทั้งบอกตำแหน่งของป้ายรถเมล์ และมีลูกศรสีฟ้าแทนสัญลักษณ์ของรถที่วิ่ง โดยที่รถทุกคันจะติด GPS ทำให้เราสามารถทราบได้ว่าตอนนี้มีรถกี่คันบนเส้นทางแต่ละสาย และอยู่ตรงไหนแล้วบ้าง ใกล้ถึงป้ายที่เรารอหรือยัง อีกทั้งยังมีรายชื่อป้ายรถเมล์ในแอพพลิเคชั่นอีกด้วย ถือเป็นความสมาร์ทรูปแบบหนึ่งที่สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการได้ดีทีเดียว 

 

เมื่อถึงเวลาที่รถออกจากท่า มีผู้โดยสารทั้งคันอยู่ 3 คน เกิดความอยากรู้ว่าแต่ละรอบมีผู้โดยสารเฉลี่ยกี่คน จึงเข้าไปคุยกับคนขับรถ ได้ข้อมูลมาว่าเฉลี่ยต่อรอบอยู่ที่ประมาณ 8 – 10 คน โดยจะมีคนขึ้น - ลงตามป้ายตลอด และคาดว่าช่วงเปิดภาคเรียนการน่าจะได้นักเรียนมาใช้บริการเยอะ

 

bus23


bus24

 

bus25

 

bus 26

 

ช่วงเวลาที่ฉันไปทดลองนั่งรถ (เวลาประมาณ 10:30 น.) รถไม่ค่อยติดเท่าไหร่ ทำให้ถึงที่หมายแต่ละป้ายได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บางป้ายรถก็ไม่ได้แวะจอดเพราะไม่มีผู้โดยสารรอรถ หรือถ้าจอดก็แป๊บเดียวเท่านั้น นอกจากนี้รถยังไม่สามารถจอดใกล้ฟุตปาธได้ เพราะมีรถยนต์จอดเรียงกันยาว ทำให้ไม่สามารถหยุดจอดได้นาน เพราะจะทำให้รถติดได้

 

bus 27

 

bus 28

 

เรานั่งไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็คอยดูแผนที่ป้ายรถเมล์ในมือ สลับกับการมองไปยังจุดที่จอดจริงด้วย ระหว่างทางก็มีผู้โดยสารขึ้นตามป้ายประมาณ 3 จุด พบว่าป้ายรอรถยังไม่ได้ติด และอาศัยป้ายรถชนิดอื่นไปพลางๆ ก่อน ซึ่งก็ไม่ได้มีทุกจุด คนที่ไม่ทราบข้อมูลมาก่อนก็จะไม่รู้เลยว่าป้ายรถอยู่ที่ไหนบ้าง ส่วนเวลาเดินทางทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหากรถไม่ติด แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาที่รถติดมากๆ น่าจะใช้เวลาเยอะกว่านี้ 

 

bus 29

 

bus 30

 

bus 31

 

bus33

 

จากการนั่งสำรวจในครั้งนี้ มีหลายจุดที่ยังขาดไป หรืออาจจะเป็นเพราะว่ายังอยู่ในช่วงการดำเนินการติดตั้ง เช่น เรื่องของการสร้างการรับรู้ให้กับผู้โดยสารถึงจุดจอดรถ เรื่องการชำระค่าโดยสารของคนที่ไม่มีบัตร Rabbit ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีอะไรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันอีกไหม ส่วนในเรื่องของตัวรถนั้นก็ดีอยู่แล้ว ใหม่ สะอาด เบาะนุ่มนั่งสบาย แอร์เย็น ปลอดภัย สำหรับคนเชียงใหม่ที่เดินทางสัญจรด้วยมอเตอร์ไซต์แล้วไม่อยากออกไปต่อสู้กับแสงแดดหรือสายฝน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางที่ดีเลยทีเดียว 

 

สิ่งที่ชอบ :

- รถใหม่ สะอาด เบาะนุ่มนั่งสบาย แอร์เย็น 

- แอพพลิเคชั่นให้รายละเอียดทั้งเส้นทาง ตำแหน่งของป้าย และตำแหน่งของรถเมล์ที่กำลังวิ่งอยู่

 

อยากให้ปรับปรุง :

- ป้ายรถเมล์ยังติดตั้งไม่หมด ถ้าไม่เช็คข้อมูลมาก่อนจะไม่รู้ว่าป้ายรถเมล์อยู่ตรงไหน

- รถจอดชิดฟุตปาธไม่ได้ เพราะว่ายังไม่มีป้าย กับมีรถยนต์จอดตรงจุดที่เป็นป้ายรถเมล์

- ต้องใช้บัตร Rabbit จ่ายค่าโดยสาร อาจจะไม่สะดวกสำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อบัตรไว้ 

- สัญลักษณ์บนรถยังไม่ชัดเจน ไม่รู้คันไหนวิ่งวนซ้ายหรือวิ่งวนขวา

 

 

ผู้โดยสาร : นิ่ม – นิธิพร

ถือว่าเป็นเจ้าถิ่นเพราะเรียนที่เชียงใหม่ (แต่ว่าเป็นคนเชียงราย) ความที่เป็นคนที่คุ้นที่ทางมากกว่าใครในบรรดา HIP Junior ชุดนี้ ทำให้สนใจรถเมล์ใหม่สายนี้มากเป็นพิเศษว่าจะไปได้สวยหรือเปล่า

 

 

 

ABOUT RTC CHIANGMAI SMART BUS

 

เส้นทาง

เส้นทางการเดินรถจะแบ่งเป็น 2 สาย (ให้บริการตั้งแต่เวลา 6:00 – 21:00 น. รถออกทุกๆ 20 นาที) 

 

สายสีแดง : เดินรถวนขวา เริ่มต้นจาก ท่าอากาศยานเชียงใหม่ - ม.ฟาร์อีสเทิร์น - นิยมพานิช - รร.วัฒโนทัยพายัพ 1 - รพ.มหาราช 2 (ฝั่งแขวงการทางเชียงใหม่) – วัดสวนดอก 1 - หอประชุม มช. 2 (ฝั่งปากทางออกหอศิลป์ฯ) - นิมมาน 4 (โรงแรม Kantary Hill) - นิมมาน 2 (ตรงข้ามธนาร SCB) - Hillside Plaza 1 (จุดจอดรถ One Niman) - วิทยาลัยฯ ศรีธนา 2 (ฝั่งตรงข้ามวิทยาลัยฯ) - กาดสวนแก้ว 2 (ฝั่ง 7-11 12 ห้วยแก้ว) - Icon Park (KFC) - ประตูช้างเผือก 1 (โชว์รูม Ford) - รร.ยุพราชวิทยาลัย - อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ (ฝั่งลานพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา) - สี่แยกกลางเวียง (ฝั่งตรงข้ามไอรี่ พลาซ่า) – ประตูท่าแพ 1 (Cool Muang Coffee) – ตลาดสมเพชร (Lotus Express ตลาดสมเพชร) – ประตูท่าแพ 2 (V Smile Dental) - ดวงกมล - ประตูเชียงใหม่ 2 (คลินิกหมอวรพจน์) - สยามทีวี - ทิพย์เนตร (เชียงใหม่สหวิศวโยธาการ) - ศูนย์วัฒนธรรม 1 (Hanawa Japanese Restaurant) - เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต - ร้านอาหารสวนผัก สิ้นสุดที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่

 

สายสีเหลือง : เดินรถวนซ้าย เริ่มต้นจาก ท่าอากาศยานเชียงใหม่ - ม.ฟาร์อีสเทิร์น – ศูนย์วัฒนธรรม 2 (Ming Mitr Coffee) - วัวลาย 1 (สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล) – วัวลาย 2 (ร้านเครื่องเงินศรีสุพรรณ) – ประตูเชียงใหม่ 1 (คูเมืองด้านใน ก่อนถึงคิวรถฮอด) – ดวงกมล 2 (ร้านขายยา Pharma Choice) – ประตูท่าแพ 1 (Cool Muang Coffee) - รร.ยุพราชวิทยาลัย (ฝั่งร้านหนังสือตะวา) – ประตูช้างเผือก 2 (ฝั่งวัดหม้อคำตวง) – Icon Park (ฝั่งวัดราชมณเฑียร) – รพ.เชียงใหม่ ราม – กาดสวนแก้ว 1 - วิทยาลัยฯ ศรีธนา 1 - Hillside Plaza 2 (ธนาคาร UOB) - นิมมาน 1 (ตรงข้ามหมู่บ้านนันทวัน) - นิมมาน 3 (N – Parc นิมมาน ซอย 11) - หอประชุม มช. 1 (จุดจอด Mobike) - วัดสวนดอก 2 (คณะทันตแพทย์ มช.) - รพ.มหาราช 1 – รร.สอนคนตาบอด - รร.วัฒโนทัยพายัพ 2 (สมาคมจีนเตี้ยเอี้ยเชียงใหม่) – หนองบวกหาด – สยามทีวี – รพ.สวนปรุง – CHOC (Chiangmai Home Office & Commerce) - เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต - ร้านอาหารสวนผัก สิ้นสุดที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่

 

ค่าบริการ

ราคา 20 บาทตลอดสาย โดยมีทั้งบัตรโดยสาร CM Transit Rabbit Smart Card (สามารถเติมเงิน / ใช้ซื้อสินค้าและบริการที่รองรับ Rabbit Card) และบัตรอ่อนสำหรับชำระค่าโดยสารเที่ยวเดียว
ทั้งสองสองแบบสามารถสอบถามรายละเอียดและหาซื้อได้ที่พนักงานขาย, ตัวแทนจำหน่าย (เคาน์เตอร์ ฉำฉา ฮอลิเดย์ บริเวณก่อนถึงประตูทางออก 1 ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และสำนักงาน ฉำฉา ฮอลิเดย์ ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ติดกับสมาคมเตี้ยเอี้ยเชียงใหม่), สำนักงาน RTC เชียงใหม่ (โครงการปันนาเพลส นิมมานเหมินท์ ซอย 6) และบนรถโดยสาร

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Facebook : RTC Chiangmai Smart Bus

Website : www.cmtransit.com 

โทรศัพท์ : 096 – 6782526 (การขายบัตร), 095 – 6872526 (การเดินรถ), 052 – 060001 (สำนักงาน RTC เชียงใหม่)

 

 

เรื่อง / ภาพ : HIP Junior

Profile picture for user hipjunior

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai