Skip to main content

KYOTO MARATHON 2018 วิ่งไปในเมืองมรดกโลก

640

tokyo mrt1

 

ผมเชื่อว่าผู้อ่านหลายๆ ท่านที่เป็นนักวิ่งที่ยังไม่ได้วิ่งถึงระยะมาราธอน คงคิดในใจเสมอว่า อยากให้มาราธอนแรกของตัวเองเป็นมาราธอนที่พิเศษกว่าปกติสักนิดหน่อย เช่น เป็นสนามบ้านเกิด หรือว่าสนามชื่อดัง หรือแม้กระทั่งสนามต่างประเทศ การเลือกสนามจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สร้างความพิเศษให้กับมาราธอนแรก ได้เสมอ

 

ฉบับนี้ผมเลยจะขอนำเสนออีกหนึ่งสนาม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร เพื่อให้เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับพิจารณาเป็นมาราธอนแรกของใครต่อใครกัน นั่นก็คือสนาม ‘เกียวโตมาราธอน’

 

tokyo mrt2

 

จากเมืองไทยเป็น 1 ใน 16,000 คน

 

ปีนี้นับเป็นปีที่โชคดีของผม หลังจากลงชื่อสุ่มลอตโต้ของงานเกียวโตมาราธอน แล้วได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในจำนวน 16,000 คน ที่ได้ไปยืนอยู่ในสนามกีฬา Nishikyogoku นครเกียวโต เมืองมรดกโลกแห่งนี้ ผมมาถึงเมืองเกียวโตในวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 ก่อนวันแข่งขันเพียง 1 วันเพื่อไปรับเบอร์วิ่งที่ Kyoto International Exhibition Hall การรับเบอร์เป็นไปอย่างเรียบง่าย เพียงแค่ปรินท์เอกสาร พร้อมกับยื่นพาสปอร์ต เจ้าหน้าที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครมาเอง ก็พร้อมที่จะยื่นเบอร์วิ่งพร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ในการวิ่ง เช่น ถุง Drop Bag กับสูจิบัตรงานต่างๆ และของที่ระลึกเช่นผ้า Buff ลายพิเศษของงานมาให้เรา พร้อมรอยยิ้มที่แทบจะทำให้เราละลายได้ ก่อนจะออกมาเจอกับ Expo ของงานที่มีบูธขายของต่างๆ มากมาย ที่พร้อมจะทำให้เราเสียเงินได้ตลอดเวลา

 

tokyo mrt3

 

แม้จะใช้เวลารับเบอร์วิ่งไม่ได้มากมายนัก แต่คนส่วนใหญ่ก็จะเสียเวลาอยู่กับ Expo ของงานไปเกือบสองชั่วโมงเพื่อเลือกซื้อของที่ระลึกต่างๆ เรียกว่าเป็นจุดที่นักวิ่งต่างชาติอย่างเราๆ ต้องกุมกระเป๋าสตางค์ให้ดีๆ เพราะมีโอกาสที่เงินจะหลุดออกจากกระเป๋าได้ง่ายเหลือเกิน แถมหนำซ้ำ เมืองเกียวโต ก็ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวติดระดับโลกอยู่แล้ว เมื่อออกมาจากตัวอาคารรับเบอร์วิ่ง เราก็ยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย เรียกว่า ทั้งเที่ยวทั้งกินยังไงก็ไม่น่าจบได้ในวันเดียวอยู่แล้ว ใครที่พาครอบครัวมาไม่น่าจะเหงาแน่นอน ไหนจะวัดวาอารามต่างๆ ขนมเกียวโตที่ขึ้นชื่อลือชาว่าอร่อยนักอร่อยหนา มักดักนักท่องเที่ยวได้ทุกรายไป (ส่วนตัวผู้เขียนเองก็ไปติดอยู่ที่ร้านเกม 555)

 

ขอตัดภาพมาที่วันแข่ง การเตรียมตัวที่นี่ไม่ต้องเตรียมตัวเหมือนวิ่งมาราธอนที่ประเทศไทย เพราะว่าที่นี่เริ่มแข่งกัน 9:00 น. ใช่ครับ ฟังไม่ผิด เก้าโมงเช้านั่นแหละ ตื่นปกติเลยก็ยังได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือสภาพอากาศครับ ผมเปิดมือถือมาเช็คสภาพอากาศ อยู่ที่ 0 องศาเซลเซียส นี่ก็ฟังไม่ผิดอีกเช่นกัน 0 องศาเลย ออกจากที่พักมานี่มีสั่นแน่นอน ดังนั้น อย่าลืมอุปกรณ์กันหนาวต่างๆ เช่นกางเกงขายาว เสื้อแขนยาว (แบบใส่วิ่งได้นะ ไม่งั้นต้องถอดทิ้ง) ถุงมือ หมวก (ถ้าทนหนาวหูไม่ได้) และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมกินก่อนออกไปที่จุดปล่อยตัวนะครับ เพราะว่าที่จุดปล่อยตัวไม่มีอะไรให้เรากินเลยครับ รวมไปถึงเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เดี๋ยวเกิดต้องไปต่อคิวเข้าห้องน้ำแบบผมจะลำบากเอาครับ

 

tokyo mrt4

 

จุดปล่อยตัวที่สนามกีฬา Nishikyogoku

การเดินทางมาที่นี่สามารถมาได้ด้วยรถไฟสาธารณะ แนะนำว่าซื้อเป็นบัตรกดจะดีกว่า เพราะถ้าใช้ IC Card แบบเติมเงิน จะต่อคิวยาวมาก พอออกมาก็จะเจอเจ้าหน้าที่ชี้ทางไปจุดปล่อยตัวเป็นระยะๆ อย่างชัดเจน และระหว่างทางก็จะเจอรถบรรทุกที่ระบุเบอร์สำหรับฝากของของนักวิ่งแต่ละท่าน (จะระบุเบอร์รถฝากของในเบอร์วิ่งของนักวิ่งแต่ละท่าน) เมื่อฝากของแล้วเรียบร้อยก็ค่อยเดินไปยังจุดถัดไปต่อ เป็นจุดปล่อยตัว หากท่านยังปวดทุกข์อยู่ ห้องน้ำจะอยู่ข้างๆ  จุดปล่อยตัว อย่าเข้าไปก่อน เพราะในจุดปล่อยตัวจะไม่มีห้องน้ำแล้วนะครับ ไม่งั้นต้องรอจนกว่าจะปล่อยตัวแล้วไปทำธุระระหว่างทางเลย

 

การปล่อยตัวที่นี่จะถูกแบ่งตาม Block โดยที่แต่ละบล็อกจะถูกแบ่งแยกตามความเร็วที่เราได้ลงแจ้งไว้ตอนสมัคร ผมลงไว้ที่ประมาณ 4 ชั่วโมง โดนส่งให้ไปอยู่ที่ Block E การจัดวางบล็อกที่นี่จะถูกเรียงไว้ตาม Track ลู่วิ่งยางรอบสนาม ไล่ตั้งแต่ A ยัน K บรรจุคนกว่า 16,000 คนไว้ได้สบายๆ บล็อกจะถูกกั้นไว้ด้วยเชือกเส้นเล็กๆ ก่อนปล่อยตัวก็จะปลดเชือกเส้นเล็กๆ นั้น ให้นักวิ่งอัดตัวกันเข้ามาเพื่อเตรียมปล่อยตัว เวลาปล่อยตัวก็จะตามเวลา คือ 9:00 ก็ปล่อยเลย (แต่จะมีปล่อยนักกีฬา Wheel Chair ก่อนหน้านั้นนิดนึง)

 

tokyo mrt5

 

เริ่มต้นจากสนามกีฬา แล้ววิ่งไปทั่วเมืองมรดกโลก

 

พอออกสตาร์ทจากจุดเริ่มต้นแล้ว สิ่งแรกที่เราสามารถพบได้ทั่วไปของการแข่งขันในประเทศนี้ก็คือ เสียงเชียร์กระหึ่มตลอดสองข้างทางจากชาวบ้านชาวเมืองที่นี่ “กัมบัตตะเนะ!!” เป็นเสียงที่ได้ยินตลอดทาง พร้อมกับมือที่ยื่นออกมาจากรั้วเพื่อส่งพลังให้กับนักวิ่งทุกคน นับเป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตลอดการแข่งขันของที่นี่ แม้จะเริ่มด้วยอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส แต่ใจอบอุ่นเกิน 100 ตั้งแต่เริ่ม

 

ซุ้มปล่อยตัวที่นี่ไม่ได้เลิศหรูอลังการ ต้องลอดซุ้มเหมือนบ้านเรา แต่กลับเป็นเพียงเสาสี่เหลี่ยมเล็ก  ตั้งอยู่ข้างๆ สนามกีฬา กับแท่นพิธี ที่นำเอาดาราและผู้สนับสนุนหลักๆ ของเมืองนี้ มาให้กำลังใจตอนปล่อยตัว

 

tokyo mrt11

 

tokyo mrt12

 

สนามนี้เนินเยอะ!

 

อย่างที่ได้กล่าวไป สนามนี้มีเนินค่อนข้างมาก การออมแรงแต่แรกเป็นแผนการที่ดีสำหรับจะพิชิตสนามนี้ แต่อย่าได้หลวมตัวเพลิดเพลินไปวิ่งแข่งกับนักวิ่งแดนอาทิตย์อุทัยเฉกเช่นผมก็แล้วกันนะ ผมนี่ไปเร่งเครื่องตามนักวิ่งญี่ปุ่น กว่าจะรู้ตัวก็หมดแรงไปเสียแล้ว นักวิ่งที่นี่เขาคุ้นชินกับสภาพถนนและสภาพอากาศเป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าไม่แข็งจริง อย่าริอ่านตีตัวเสมอนักวิ่งเจ้าถิ่นฮะ

 

ช่วง 17 กิโลเมตรแรกจะเป็นเนินซึมๆ เรื่อยๆ และที่สำคัญ ยังเป็นช่วงแรกของการแข่งขันด้วย ทำให้เราอาจจะยังไม่รู้สึกตัวว่าถูกกินแรงไปโดยไม่รู้ตัว แต่เราจะได้วิ่งผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ ในเมืองเกียวโต เช่น ช่วงแรกๆ เราจะได้วิ่งเลียบแม่น้ำที่มีวิวเป็นภูเขาที่สวยงามมาก และผ่านด้านหลังของวัดชื่อดังหลายวัดในเกียวโต เช่นวัดนินนาจิ วัดเรียวอัง และวัดที่คนไทยชอบไปกัน วัดคิงกะกุ หรือวัดทอง ที่คนไทยชอบบอกว่าเป็นวัดของอิกคิวซังนั่นเอง แต่เราจะไม่ทันได้เห็นชัดๆ หรอก เพราะเราจะต้องวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ บางทียังไม่ทันดูออกด้วยซ้ำว่าเป็นวัดเหรอ ถ้าไม่ได้ผ่านหน้าวัด

 

แต่ถ้าเส้นทางตัดกับหน้าวัดไหน ก็จะมีหลวงพ่อประจำวัดมาให้กำลังใจด้วยเช่นกัน อย่างเช่นวัดนินนาจิ ที่จะตัดผ่านหน้าวัดโดยตรง ผมเห็นพระหลายรูปอยู่กันหน้าวัด ตะโกนให้กำลังใจกันแบบไม่ถนอมลำคอเลย เห็นแล้วคึกสุดๆ ชาวบ้านก็เยอะ มีความตื่นตาตื่นใจมากจริงๆ

 

tokyo mrt13

 

tokyo mrt14

 

เส้นทางเต็มไปด้วยสีสันตลอดการเดินทาง

 

คงเรียกว่ายังไม่เคยเจอก็ว่าได้ กับการวิ่งที่มีโชว์ตลอดเส้นทางอย่างเกียวโตมาราธอน ที่จะมี Dance Cover มีโชว์ระบำจากสำนักต่างๆ รัวกลองคล้ายๆ กลองสะบัดชัยบ้านเรา มีตัวมาสคอตเรียงรายให้กำลังใจกันตลอดทาง รวมไปถึงกองเชียร์ตัวน้อยๆ ที่แวะมาให้กำลังใจตลอดทาง ทำให้หัวใจของหนุ่มเมืองเหนือจากประเทศสารขันฑ์คนนี้พองโตไปตลอดการเดินทาง 42.195 กิโลเมตร แม้อากาศจะหนาวแค่ไหนก็ตามที

 

 

tokyo mrt15

 

tokyo mrt16  

พ้นเนินไปวิ่งเลียบแม่น้ำกันต่อ

 

หลังจากกิโลเมตรที่ 17 ไปแล้ว เราจะเจอกับเนินลูกสุดท้ายที่เป็นเนินชันแบบรู้สึกได้เลย แต่เมื่อวิ่งลงมาแล้ว เราจะเจอกับแม่น้ำคาโมะ เป็นแม่น้ำสายหลักที่ตัดผ่านเมืองเกียวโต เราจะได้วิ่งเลียบแม่น้ำคาโมะไปยาว ๆ ก็หลังจากนี้เลยครับ และระหว่างที่วิ่งเลียบแม่น้ำอยู่ จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่จะต้องวิ่งตัดไปทางเขตเมืองอีกนิดหน่อย กับจะได้มีโอกาสวิ่งเข้าสวนสาธารณะ Kyoto Botanical Garden ไปวนเล่นๆ สักกิโลสองกิโล บรรยากาศดีมาก วิ่งในร่มไม้ สวนสวย คนเชียร์ในสวนก็เยอะ (ในสวนนี้ตอนผมวิ่งเข้าไป จะมีเกอิชาออกมาให้กำลังใจด้วย เป็นซุ้มของเกอิชาตัวจริงๆ กันเลย) ก่อนจะออกมาวิ่งเลียบแม่น้ำคาโมะกันต่อ

 

ซึ่งเส้นทางหลังจากนั้น ก็จะให้วิ่งเลียบแม่น้ำคาโมะจริงๆ คำว่าเลียบในที่นี้คือดินลูกรังข้างๆ แม่น้ำเลยครับ ให้เราลงจากถนนยางมะตอยไปวิ่งบนดินลูกรัง ถ้าใครชอบวิ่งเทรล ก็น่าจะชอบพื้นที่นุ่มกว่าถนนคอนกรีต แต่ถ้าใครไม่ชอบแบบผม ก็จะวางเท้าลำบากมาก อาจจะสะดุดได้ และที่สำคัญ วิ่งแบบนี้ประมาณ 3 กิโลเมตร ช่วงกิโลเมตรที่ 29 - 32 ครับ แต่เรื่องบรรยากาศนี่ผมให้ผ่านเต็มร้อย เพราะนอกจากจะได้วิ่งเลียบแม่น้ำแล้ว กองเชียร์ข้างทางก็ยังทำงานกันดีไม่มีแบตหมด เชียร์ได้เชียร์ดี แถมมีกองเชียร์คนไทยด้วย (แต่น่าจะมาเชียร์พี่ก้อย รัชวิน) และก่อนออกจากเส้นทางลูกรัง มีสตรอเบอรี่ปลอบใจให้ ผมนี่หยุดกินไปหลายลูกเลย

 

 

tokyo mrt17

 

กลับมาเป็น ‘ตะคริว Runner’ อีกครั้ง

 

ผลกรรมจากการวิ่งออกตัวแรงตลอด 30 กิโลเมตรแรกเริ่มสัมฤทธิ์ผลแล้วครับ ที่กิโลเมตรที่ 35 ตะคริวเริ่มมาแล้; เพซตกลงไปอย่างเห็นได้ชัด พลางนึกโทษเนินโน่นนั่นนี่ที่วิ่งผ่านมาตลอด และพลางด่าตัวเองในใจที่ไม่รู้จักชะลอความเร็วบ้าง ตะคริวเริ่มลามจากขาซ้าย พอเดินพักสักครู่ ตะคริวลดลง ก็ลามไปขาขวาแทนอีก นักวิ่งก็เริ่มแซงเราคืนไปทีละคนๆ จากที่เราไล่แซงเขามาตลอด ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าควรวิ่งเก็บบรรยากาศแทนแล้วล่ะครับ จากวิ่งเอามันก็กลายเป็นวิ่งไปถ่ายรูปไปแทน (ฮา)

 

ช่วงท้ายของการแข่งขันจะเป็นการวิ่งในเมือง ถนนจะถูกตีให้แคบลงเพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ (เกียวโตรถสาธารณะเยอะมาก) แต่ก็ยังพอวิ่งได้อยู่ ช่วงท้าย เราจะไปวนหน้าทางเข้า Kyoto Imperial Palace (ซึ่งตอนวิ่งก็ไม่ทันได้สังเกต) แล้วก็กลับมาวนในเมืองต่อให้ได้ครบระยะ แถมช่วงสุดท้ายก็จะไปเจอเนินชันๆ อีกลูก กินแรงมาก ทำให้ตะคริวกลับมาเยือนอีกเป็นรอบที่สองของการแข่งขันครั้งนี้ แต่ถึงแม้เส้นทางจะโหดร้ายแค่ไหน งานระดับเกียวโตมาราธอนก็จะหากำลังใจมาเติมให้คุณเสมอ

 

tokyo mrt20

 

tokyo mrt21

 

tokyo mrt22

 

tokyo mrt 23

 

tokyo mrt 24

 

tokyo mrt 25

 

เส้นชัยที่ Kyoto International Exhibition Hall

 

เมื่อใกล้เส้นชัย สังเกตได้ว่ากองเชียร์เริ่มเยอะขึ้น แม้จะเป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้วในประเทศญี่ปุ่น ทุกคนยืนตากแดดรอเชียร์นักวิ่งทีละคนๆ ดูท่าแต่ละคนจะไม่เกรงกลัวแดดที่นี่เลย เพราะอากาศหนาวขนาดนี้ สิ่งเดียวที่เยียวยาทุกคนได้ในตอนนี้คือแดดอุ่นๆ เท่านั้นครับช่วงท้ายสุดเราจะวิ่งผ่านหน้าศาลเจ้าชินโต พร้อมกับตัดเข้ามาที่ฮอลล์เพื่อไปยังเส้นชัย เส้นชัยที่นี่ดูไม่หรูหรา หวือหวาเหมือนสนามไหนๆ มันเป็นแค่แท่งสี่เหลี่ยมเล็กๆ สองแท่ง เป็นเหมือนเสาตั้งขึ้นมาโด่ๆ แต่ไม่มีคานรองรับ มีนาฬิกาจับเวลาฝังติดไว้แค่ 2 เรือนเท่านั้น เป็นอะไรที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกและความตั้งใจตลอดเส้นทาง 42.195 กิโลเมตรรอบเมืองเกียวโตแห่งนี้จริงๆ ทั้งกองเชียร์ ทั้งอาสาสมัครที่ตั้งใจทำงานกันเต็มที่ ทั้งชาวเมืองที่ออกมาเชียร์กันท่ามกลางความหนาวเหน็บ สนามนี้บอกได้เลยว่าตลอดระยะมาราธอนที่วิ่งมา คุณจะไม่เดียวดายอย่างเด็ดขาดทุกครั้งที่ได้สัมผัสมือเล็กๆ ของเด็กน้อยที่พยายามส่งพลังเชียร์ออกมาจากข้างสนาม คุณจะไม่สามารถเดินเล่นให้เด็กดูได้เด็ดขาด เพราะอะไรนั้นน่ะหรือ... สงสัยคุณผู้อ่านต้องมาลองเองแล้วล่ะครับ กับสนามนี้ ‘เกียวโตมาราธอน’

 

 

tokyo mrt 26

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเกียวโตมาราธอน

เกียวโตมาราธอน มีอะไรที่ไม่เหมือนสนามมาราธอนอื่นๆ? 

  • อย่าจำชื่อผิด เกียวโต กับโตเกียว คนละเมืองกันนะ คนละสนามกันด้วย
  • แต่ที่เหมือนกันคือต้องลอตโต้เพื่อลุ้นเข้าแข่งขัน (ลอตโต้คือระบบสุ่มเลือกนักวิ่งเข้าสนามแข่งขัน ในกรณีที่มีนักวิ่งมากเกินที่สนามจะรองรับได้) ซึ่งช่วงรับสมัครการลอตโต้ จะอยู่ในช่วงประมาณเดือนกรกฏาคม - สิงหาคม ต้องคอยติดตามข่าวให้ดีๆ (เกียวโตจะรับสมัครก่อนโตเกียว) และประกาศผลการลอตโต้จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม (เกียวโตจะประกาศหลังโตเกียว)
  • อัตราส่วนของเกียวโตมาราธอนอยู่ที่ประมาณ 1 : 4 (60,000 คน รับ 16,000) ส่วนโตเกียวมาราธอน อัตราส่วนประมาณ 1 : 10 (300,000 คน รับ 30,000)
  • ค่าสมัครประมาณ 4,000 บาท
  • เกียวโตมาราธอน จัดประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
  • นักวิ่งจะได้วิ่งไปในเส้นทางที่ผ่านมรดกโลกหลายต่อหลายแห่งในเกียวโต
  • อากาศหนาวถึงหนาวมาก ควรเตรียมตัวมาให้ดี
  • เป็นมาราธอนที่มีจุดเริ่มต้นและเส้นชัยคนละที่ วางแผนการเดินทางให้ดี
  • เป็นสนามมาราธอนที่มีเนินเยอะพอสมควร
  • บรรยากาศระหว่างทางอบอุ่นไร้คำบรรยาย สวนทางกับความหนาวตลอดเส้นทาง
  • ปี 2018 นี้ พี่ก้อย รัชวิน มาวิ่งมาราธอนแรกที่นี่ด้วย
  • ปี 2018 เป็นสนามที่เจอคนไทยระหว่างทางเยอะมาก และเส้นชัยด้วยเช่นกัน รู้สึกดีมาก ไม่เหงาเลย

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดหรือภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kyoto-marathon.com/en/

Profile picture for user Sillawat512

Sillawat Sathorn

ใครๆเรียกผมว่า 'อาเหลียง' สามารถเจอได้งานวิ่งหรือบางทีอาจจะเห็นผมนั่งจิบกาแฟหล่อๆซักแห่งก็เดินเข้ามาทักทายได้ ถ้าหากใครมีปัญหา สงสัยเกี่ยวกับการแข่งขันไตรกีฬาหรือวิ่ง สามารถสอบถามมาได้ที่อีเมล์ Sillawat512@gmail.com หรือ Facebook : Sillawat Sathorn ได้เลยนะครับ ยินดีให้คำแนะนำครับผม 😊