Skip to main content

UNTIL THE SUNDOWN : วิ่งให้ไกลที่สุด จนกว่าตะวันจะลับฟ้า

300

นักวิ่งหลายคนเคยมีความฝันที่จะพิชิตระยะ 42.195 กิโลเมตร หรือที่เรียกกันว่าระยะมาราธอน แต่ระยะที่มากกว่านั้นล่ะ? ผมว่าใครๆ ก็ต้องนึกถึงระยะ 100 กิโลเมตรกันแน่นอน แต่กว่าจะถึงตอนนั้นก็ต้องผ่านการซ้อมไปมากมายเหมือนกัน และนี่คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่จะทำให้เรารู้ว่า เราจะสามารถจบการแข่งขันระยะอัลตร้าเทรลได้หรือไม่ และส่วนใหญ่ก็ต้องมีการซ้อมวิ่งยาวๆ ที่มากกว่าระยะมาราธอนอีกด้วย ดังนั้น เราจึงได้คิดค้นโปรเจ็คท์ขึ้นมา 1 ตัว ที่จะทำให้คุณรู้ตัวว่า ‘ต้องซ้อม’ เสียแล้ว

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

ย้อนไปเมื่อต้นปี 2561 ผมกับเพื่อนๆ ได้คุยกันเล่นๆ ว่า งานโป่งแยง อัลตร้าเทรลอันดับ 1 ของบ้านเรานี่มีคนลงวิ่งเยอะ แล้วเขาซ้อมกันบ้างรึเปล่านะ เพราะนึกถึงตอนตัวเองไปลงระยะ 100 กิโลเมตรครั้งแรก ผมเองก็ซ้อมน้อยเหมือนกัน แล้วก็มีพี่ในกลุ่มพูดขึ้นมาว่า “ทำไมไม่มีงานวิ่งวนรอบห้วยตึงเฒ่า 24 ชั่วโมงอีกแล้วล่ะ เสียดายจัง” ทำให้เกิดไอเดียขึ้นว่า เราน่าจะลองทำงานวิ่งที่เป็นระยะอัลตร้า จัดการง่าย ดูแลทั่วถึง เพื่อให้นักวิ่งได้พิสูจน์ตัวเองว่า ตัวเองซ้อมถึงแล้วหรือยัง ที่จะวิ่งระยะไกลๆ แบบนี้ นั่นจึงเป็นการจุดประกายเล็กๆ ที่ทำให้ผมเริ่มคิดถึงงานนี้ขึ้นมา

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

ผมไปทำการบ้านเพิ่มเติม ว่าถ้าหากผมจะให้นักวิ่งไปวิ่งทั้ง 24 ชั่วโมง มันก็คงจะมากไป แล้วถ้าลองเปลี่ยนเหลือครึ่งหนึ่งล่ะ? ก็ยังพอเป็นไปได้นะ ผมเลยมีความคิดว่า จะทำงานวิ่ง 12 ชั่วโมงแทน และผมก็เริ่มคิดกิมมิกของงานต่อไปเรื่อยๆ ให้ตัวงานมีเรื่องราวมากขึ้น เช่นจะแจกรางวัลเป็นอะไร? การแข่งขันทำยังไงให้เข้าถึงคนได้ทุกประเภท? และชื่อของงาน งมกันมาตั้งนาน สุดท้ายชื่อนี้ก็โผล่ขึ้นมา ‘Until The Sundown’ เนื่องจากงานของเราเริ่มวิ่งตั้งแต่พระอาทิตย์กำลังขึ้น และจบลงตอนพระอาทิตย์ตกดิน ชื่อไหนก็คงไม่เหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว ที่สำคัญ คิดชื่อนี้ออกในร้านขายยาชื่อดังร้านหนึ่งแถวประตูเชียงใหม่ โดยพี่เจ้าของร้านมีข้อคิดอีกหนึ่งข้อให้ผมก่อนจะเริ่มทำงาน “น้อง พี่อยากให้น้องทำงานวิ่งที่อบอุ่นขึ้นมาให้ได้นะ” และคำนั้นมันยังฝังใจผมอยู่จนถึงทุกวันนี้

 

UNTIL THE SUNDOWN
    

ต่อจากนั้นคือการหาผู้ร่วมอุดมการณ์ ที่ผ่านมา ผมมีความหลังฝังใจในการทำงานกับคนที่ไม่ใช่นักวิ่งมามาก ผมจึงต้องหาทีมงานใหม่ที่เป็นนักวิ่งเหมือนกัน ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าจะหาคนที่รู้ใจและทำงานด้วยกันได้ สุดท้ายก็ได้นักวิ่งที่มีใจรักในการวิ่งเหมือนกันมาช่วยหลายคนเลยทีเดียว และพวกเราทุกคนก็ช่วยกันปั้นโปรเจ็คท์นี้จนเป็นรูปเป็นร่างภายในเวลา 4 เดือน ทั้งร่างกฎกติกาการแข่งขันที่ไม่เหมือนกับงานวิ่งทั่วไป, รูปแบบการแข่งขันที่ไม่คุ้นเคย, รูปแบบรางวัลที่เน้นความหมาย และการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมด ผมเอาประสบการณ์จากการจัด CMU Marathon ที่เคยทำทั้งหมดมาใช้กับงานนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่จะเป็น ‘งานวิ่งที่อบอุ่น’ ตามที่พี่คนหนึ่งบอกไว้ให้ได้

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

ขอตัดภาพมาที่วันแข่งขัน ผมเลือกวันที่ 9 เดือน 9 เป็นวันแข่งขัน การแข่งขันปนซ้อมยาวอันสุดแสนทรหดเริ่มขึ้นพร้อมกับฝนพรำ เป้าหมายของนักวิ่งทุกคนในวันนี้คือ 14 รอบสนาม ซึ่ง 1 รอบสนามจะยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ดังนั้นการแข่งขันทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 70 กิโลเมตรสำหรับนักวิ่งเดี่ยว นอกจากนี้เรายังมีประเภททีมให้เลือก คือทีม 3 คน และทีม 5 คน ที่จะต้องช่วยกันวิ่งรวมรอบให้ได้ 14 รอบเท่ากัน เพื่อพิชิตเสื้อ Victory ที่เราจัดเตรียมไว้ให้เป็นรางวัล 
    

งานนี้นักวิ่งจะวิ่งเท่าไหร่และพักเท่าไหร่ก็ได้ ให้แต่ละคนบริหารเวลาของตัวเอง โดยมีเวลาให้ 12 ชั่วโมงในการพิชิตภารกิจนี้ ซึ่งอิงมาจากการซ้อมยาวที่ต้องวิ่งให้ถึงระยะนี้ เพื่อที่จะได้รู้ว่า เวลาไปแข่งระยะไกลๆ จริงๆ ตัวเองจะต้องเติมสารอาหารหรือต้องจัดการร่างกายตัวเองยังไงให้สามารถไปต่อได้ หรือว่าเจ็บตรงไหน ต้องรักษายังไง ซึ่งนั่นคือหัวใจหลักของงานนี้ ส่วนถ้าใครไหวก็เน้นลุ้นทำรอบกันไป ว่าทำรอบได้เยอะที่สุดเท่าไหร่ใน 12 ชั่วโมง ถ้าทำได้เดี๋ยวเราจะมีรางวัลให้ และมีรางวัลพิเศษให้สำหรับคนพิเศษอีกเช่นกัน

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

เวลาใกล้ 6:00 น. ทีมงานทุกคนเริ่มกังวลเล็กๆ เนื่องจากฝนเทลงมาเหมือนประชดยังไงก็ไม่ทราบ นักวิ่งทั้งหลายต่างหลบเข้าเต็นท์ที่ใกล้ที่สุด เพราะไม่มีใครอยากเปียกตั้งแต่แรก แต่เหมือนกับว่าฟ้าหยอกเล่นเสียมากกว่า สัก 5 นาทีก่อนแข่ง ฝนก็ซาลง แสงแดดเริ่มออก ทำให้พิธีกรลงไปทำหน้าที่ได้ ผมบรีฟงานกันก่อนสักครู่ ก่อนจะนับถอยหลังปล่อยตัวนักวิ่งออกไป


งานนี้มีนักวิ่งไม่ค่อยมากนัก ส่วนใหญ่เป็นนักวิ่งขาแรงที่ผ่านมาราธอนมาแล้ว และต้องการจะปูทางไปสู่ระยะอัลตร้าเทรลต่อไป ทุกคนต่างรู้ดีว่าการแข่งระยะนี้ หากเร่งกันตั้งแต่แรก จะมีอาการพังออกมาให้เห็นแน่นอน ทุกคนจึงค่อยๆ ออกตัวไปแบบเบาสบาย ยกเว้นประเภททีมที่กะมาฟาดฟันเอารอบจริงจัง ก็มีเร่งไปให้เห็นอยู่เหมือนกัน และรอบแรก ทีมที่เร็วที่สุดคือทีม TNT จากกลุ่มทีมสามคน ที่วิ่งครบ 5 กิโลเมตร โดยใช้เวลาประมาณ 22 นาทีเท่านั้นเอง (รีบจัง)

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN


หลังจากรอบแรกที่ทุกคนวิ่งไปแบบงงๆ ว่างานนี้ต้องวิ่งยังไงสักพักทุกคนก็เริ่มเข้าใจกฎกติกาว่าจะต้องวิ่งแบบไหน พอถึงรอบที่ 3 – 4 ก็ไม่ต้องแนะนำอะไรกันแล้ว ปล่อยให้วิ่งเองได้เลย ด้านสตาฟฟ์หลายคนก็เป็นมือใหม่ รวมทั้งทีมระบบที่ไม่เคยทำงานแบบนี้ รอบแรกๆ จึงยังงงๆ กันอยู่ ต้องทำไปสักพักถึงจะเข้าใจการทำงานของระบบ เมื่อเข้าใจแล้วทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดี พี่เต็ม ดูแลอาหารการกินนักวิ่ง มีตารางชัดเจนว่าจะปล่อยอาหารชุดไหนตอนกี่โมง เพื่อกันอาหารหมดก่อนเวลาอันควร, ตูน ทำหน้าที่รองจากผม ช่วยเป็นร่างก็อปปี้ ทำงานที่ผมแยกร่างไปไม่ได้, ยอด ดูแลเรื่องการแพทย์ ที่สำคัญที่สุดในงาน อำนาจตัดสินใจอยู่ที่ยอดหมดเลย, เบส ดูแลเรื่องเส้นทางและความปลอดภัยของนักวิ่งทั้งหมด, ทีม Banana ดูแลเรื่องระบบการแข่งขันให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตลอดการแข่งขัน และ เมย์ ที่ดูแลทุกเรื่องที่ไม่ได้กล่าวมาทั้งหมด คืออะไรที่ยังเหลือ เมย์จะเป็นคนดูแลให้แทบทุกอย่างเลย! 

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN
    

ในงานจะมีเต็นท์ต่างๆ เช่นเต็นท์อำนวยการ, เต็นท์พยาบาล, เต็นท์อาหาร และทีเด็ดที่สุดเพื่อเติมเต็มก็คือ เต็นท์กองเชียร์ เราตั้งใจเตรียมไว้ให้นักวิ่งทุกๆ ท่านที่มาในงาน รวมไปถึงคนที่ตามมาเชียร์ด้วย ให้ได้มาพักผ่อน ได้มานั่งพูดคุยกัน สุดท้ายแล้วจุดนี้แหละที่กลายเป็นไฮไลต์สำคัญของงานเลย

 

UNTIL THE SUNDOWN
    

รอบแรกๆ ของการแข่งขัน นักวิ่งยังวิ่งด้วยรอยยิ้มกันอยู่ สักพักฝนก็เริ่มปรอยๆ ลงมา ทำเอานักวิ่งเปียกปอนกันไปเบาๆ บางคนเตรียมตัวมาแล้ว ถ้าเจอฝนก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วออกไปวิ่งใหม่ตามแผนการ นักวิ่งเดี่ยวก็ดูแลตัวเองกันไป ส่วนนักวิ่งกลุ่ม ระหว่างรอไม้ผลัด ก็มีการจับวงเสวนากับกลุ่มอื่นบ้าง บ้างมีการเตรียมเต็นท์ของตัวเองมากางเป็นอาณาบริเวณของตัวเอง ที่เด็ดสุดๆ ก็คือถึงกับมีการตั้งเตาหมูกระทะกับเตาลวกก๋วยเตี๋ยวไว้ทีเดียวเชียว ใครที่ไม่มีก็มีการสั่งพิซซ่ามากินถึงในห้วยตึงเฒ่ากันเลย เรียกว่าใช้พื้นที่กันคุ้มทุกตารางนิ้ว

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN
 

UNTIL THE SUNDOWN
    

พอเริ่มสายๆ สิ่งหนึ่งที่เรากะกันพลาดคือปริมาณแก้วน้ำ แต่โชคยังดีที่เราสังเกตตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของการแข่งขัน เราเลยส่งม้าเร็วไปซื้อแก้วน้ำมาได้ทันเวลา แก้วจึงกลับมามีพอใช้เหมือนเดิม เรียกว่าเฉียดฉิวพอสมควร ส่วนทีมที่ดูแลเส้นทาง คือ เบส กับทีมงาน ก็เริ่มทำงานได้คล่องแล้ว น้องๆ ที่ปั่นจักรยานดูแลเส้นทางก็เริ่มรู้แนวทางการทำงานแล้ว ทุกอย่างเริ่มราบรื่นขึ้นเรื่อยๆ จากความเครียดในตอนเริ่มงาน ความกลัวจากการจัดครั้งแรกของทีมงานทุกคน ตอนนี้ทุกคนเริ่มเห็นแสงสว่างและเริ่มสนุกไปกับมันแล้ว

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN
    

เกือบเที่ยง แดดมาแรงจริงๆ ช่วงนี้ แต่ละคนเริ่มเดินกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเภททีมหรือประเภทเดี่ยว คุณจิ้ง จากห้วยตึงเฒ่า ที่ลงแข่งขันประเภทเดี่ยว ก็กำลังขับเคี่ยวกับ คุณเอ็ม นักวิ่งรองเท้าแตะ กันอย่างไม่ลดละ โดยที่คนอื่นไม่สนใจที่จะเอารอบเยอะๆ แล้ว เอาแค่จบ 14 รอบพอ ส่วนประเภททีม หลายๆ ทีมก็เริ่มเข้าใกล้เป้าหมาย 14 รอบเข้าไปทุกทีแล้ว บ้างก็ใส่ยับเพื่อให้จบไวๆ แต่บางคนก็ยังคงไปเบาๆ ตามสเต็ปของตัวเองอยู่ และเพราะมีคนไม่ค่อยเยอะ นักวิ่งทั้งหมดจึงเริ่มจำหน้าตากันได้แล้ว ต่างก็เชียร์ซึ่งกันและกัน ทำให้บรรยากาศในงานเริ่มอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ผมอยากให้เป็น

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

เมื่อเวลาผ่านไปถึงครึ่งทางของการแข่งขัน เริ่มมีผู้ที่วิ่งได้ครบรอบแล้ว แต่ใครที่วิ่งครบช่วงนี้ก็ยังคงวิ่งต่ออย่างไม่หยุดยั้ง เพราะว่าทางงานได้มีระบบที่เตรียมไว้อีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ Live Scoreboard ที่จะแสดงผลผู้นำให้ทุกคนได้ดู บางคนที่อยากหยุดแล้ว แต่พอเห็นตัวเองนำอยู่ก็ไม่กล้าที่จะหยุดทันที ถือว่าเป็นตัวกดดันนักวิ่งกันไป พี่เต็ม ทีมงานหลัก ก็เริ่มเตรียมอาหารเที่ยงมาให้แล้ว นักวิ่งที่ไม่ได้เตรียมอาหารมาเอง เมื่อวิ่งมาถึงจุดนี้ช่วงเที่ยงๆ ก็เริ่มแวะรับประทานอาหารกัน บ้างก็หอบไปด้วยก่อนจะไปวิ่งต่อ (เดินทน) 

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN
    

บ่ายสอง จากงานที่ทุกคนตั้งใจก้มหน้าก้มตามาวิ่ง ตอนนี้กลายสภาพเป็นเหมือนงานปาร์ตี้ พอวิ่งวนมาถึงจุดเริ่มต้น ก็จะเจอกองเชียร์คอยปรบมือให้ ขณะที่พิธีกร น้องจ๊ะโอ๋ ที่เริ่มจำหน้านักวิ่งได้แล้ว ก็จะคอยแซวเหล่านักวิ่งทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้งานมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลา ผมและทีมงานเริ่มมีเวลาให้กัน ความเครียดลดลง กลายเป็นความสนุกสนานที่มีให้กับตัวงานไป
    

แต่เหมือนฟ้าจะส่งบทพิสูจน์สุดท้ายมาให้ เป็นเมฆครึ้มก้อนโต จากที่แดดเปรี้ยงๆ เมื่อครู่ ถึงตอนนี้ไม่มีแดดอีกต่อไปแล้ว ลมแรงเริ่มเข้ามาแทรก ตามมาด้วยฝนเบาๆ ก่อนจะกลายเป็นฝนห่าใหญ่ หรือเรียกง่ายๆ ว่าพายุเข้ามาแล้วนั่นเอง...

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

พายุมาแบบไม่บอกไม่กล่าว พัดเอาต้นไม้ไหวสั่น ฝนเทลงมาแบบเกรี้ยวกราด ทุกคนต่างหนีเข้าเต็นท์ บ้างก็เอาป้ายไวนิลมาบังตนเอง ทีมงานก็แบกไวนิลตัวใหญ่ไปเก็บก่อนที่จะล้มทับอะไรเป็นรอย แต่กลับกัน ระหว่างที่ทีมงานและกองเชียร์กำลังวุ่นกับการเก็บข้าวของหนีพายุ นักวิ่งกลับคิดต่าง คนที่เดินตั้งแต่ตอนแดดออกแรงๆ บัดนี้ กลับเร่งความเร็วและวิ่งฝ่าสายฝนต่อไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าสตาฟฟ์และกองเชียร์ กลายเป็นว่า นักวิ่งเหมือนปลาได้น้ำ วิ่งเอาๆ จนทีมแพทย์ลงความเห็นว่า ก่อนหน้านี้คงร้อนเกินไป ฟ้าเลยประทานฝนมาให้ ทำให้นักวิ่งกลับมีกำลังใจอีกครั้ง

 

UNTIL THE SUNDOWN


มองในมุมมองทางการแพทย์บ้าง ช่วงเวลา 11:00 น. เป็นต้นไป เป็นช่วงที่ทีมแพทย์กลัวที่สุด เพราะทั้งหมดทั้งมวลของการแข่งระยะอัลตร้าแบบนี้ ทีมแพทย์เองกลัวอยู่สองเรื่องหลักๆ คือ อาการหัวใจวายกับฮีทสโตรก ซึ่งอันหลังมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า ยิ่งแดดร้อนๆ จ้าๆ แรงๆ ตอนเที่ยงตอนบ่ายแบบนี้ แค่ทีมงานก็ร้อนแล้ว ทีมแพทย์ยิ่งกังวลหนักเข้าไปอีก แต่ทันทีที่พายุเข้า จากกลัวคนเป็นลม ตอนนี้กลายเป็นกลัวคนลื่นล้มแทน (ฮา) เรียกว่าพอฝนลง ทีมแพทย์ก็อุ่นใจขึ้นทันทีครับ

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN


ผ่านช่วงมรสุมไปแล้ว ทีนี้ก็กลายเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน สองชั่วโมงสุดท้าย นักวิ่งเดี่ยวก็เริ่มไล่เก็บรอบกันให้ครบ 14 รอบเพื่อรับเสื้อส้มกลับบ้านไป หลายๆ คนได้ครบแล้ว กลับบ้านไปแล้วก็มี ใช่ครับ งานเราเลิกแข่งเมื่อไหร่ก็ได้ที่พอใจ จริงๆ จะเริ่มแข่งเมื่อไหร่ก็ได้นะ แค่ขอให้เริ่มวิ่งก่อนห้าโมงเย็น เพราะเดี๋ยวจะไม่ได้สักรอบ แต่หลายคนก็ยังเลือกที่จะวิ่งต่อเพื่อทำรอบ ส่วนที่ 1 กับ 2 นั้นห่างกันอยู่รอบเดียว และใกล้จะทะลุ 100 กิโลเมตรเข้าไปทุกทีแล้ว ส่วนประเภททีม ก็เหลือเฉพาะทีมที่แข่งเอาอันดับ 1 - 3 วิ่งกันแบบว่าแรงไม่มีหมดเลยทีเดียว ตกรอบละไม่เกิน 30 นาทีกันเลยสำหรับแต่ละคน ไม่รู้เอาแรงมาจากไหน วิ่งกันไม่มีหยุดแบบนี้ 

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN


ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เชียร์กันมันมาก ปุ๊บปั๊บเดี๋ยวก็วิ่งออก เดี๋ยวก็วิ่งออก ทำเอาทีมงานสงสัยไปตามๆ กันว่าพวกเขาไปเอาแรงมาจากไหนกันนะ รวมไปถึง น้องการ์ตูน ที่กำลังเป็นผู้นำ Overall ของฝ่ายหญิง ที่ยังคงวิ่งอย่างไม่ลดละ แม้จะเกิน 14 รอบแล้วก็ยังวิ่งต่อไปอีกจนกว่าจะหมดเวลา กองเชียร์เริ่มอยู่ไม่ติดเก้าอี้ เริ่มออกมาเชียร์เกาะขอบสนาม คนจากที่เงียบหายกลายเป็นครึกครื้น เสียงเชียร์เริ่มมากขึ้น นักวิ่งแต่ละคนที่เข้าจุดเช็คพอยต์ เมื่อมาถึง กองเชียร์ก็จะเฮดังๆ พร้อมกับปรบมือตามเสียงจังหวะของพิธีกร ใบหน้าเปื้อนยิ้มของแต่ละคนก็เริ่มโผล่ออกมาให้เห็นบ้างแล้ว จนกระทั่งสามสิบนาทีสุดท้าย ทีมงานก็จะเริ่มเตือนนักวิ่งที่จะไปต่อว่า ให้พิจารณาดีๆ เพราะเวลาเหลือน้อยแล้ว แต่ก็ยังมีนักวิ่งบางคนฝืนชะตา วิ่งออกไปแบบไม่คิดชีวิตบ้าง ทำเอากองเชียร์ต้องลุ้นกันจนนาทีสุดท้าย

 

UNTIL THE SUNDOWN


    ภาพของนักวิ่งเดี่ยวที่เข้าเส้นชัยรอบสุดท้าย ที่ทำท่าสะใจแบบถึงที่สุด
    ภาพของนักวิ่งทีม ที่ลงไปรับเพื่อนที่วิ่งรอบสุดท้ายแล้วกลับมาเข้าเส้นชัย 
    ภาพของกองเชียร์ ที่เชียร์สุดใจจนตะวันลับฟ้า
    และภาพของชายผู้ชนะ Overall ที่ลูกน้อยสองคนมากอดพ่อของเขา และจูงเข้าเส้นชัยไปพร้อมๆ กัน

 

UNTIL THE SUNDOWN
    

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

ภาพเหล่านี้ จะอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนานแสนนาน ตราบเท่าที่จะยังจำได้ และภาพของทีมงานทุกคนที่ทำงานร่วมกัน ทั้ง พี่เต็ม, เบส, เมย์, หมอตูน, หมอยอด, อ.หมอไก่, ทีมงาน Banana, พี่ปลา, น้องมด, น้องภา, น้อยหน่า, น้องเชียร์, น้องข้าวฟ่าง, น้องหน่อย, พี่วุด, เอมมี่, เชาว์, ปอนด์, ไผ่, ซารีส, ฟารีส, ป้านกที่ช่วยติดป้ายงานให้, วัดโสภณารามที่ให้ยืมเต็นท์, หมอลูกน้ำที่ดูแลรถพยาบาลให้ และอีกหลายๆ คนที่ไม่ได้กล่าวถึง รวมไปถึงสปอนเซอร์หลักๆ อย่าง Wiko, Royalbay, พี่แชมป์, DEVER, Frango, Ocean Skin และ The Good View ที่ช่วยสนับสนุนให้งานนี้เกิดขึ้นได้ รวมไปถึงอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ที่อนุญาตให้เราใช้สถานที่จัดการแข่งขันในครั้งนี้

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN

    

ตลอดเวลาที่เตรียมงานจนถึงตอนจบงาน ในใจผมก็ได้เติมเต็มบางอย่าง เพราะในวันนี้ ทุกๆ คนต่างบอกว่า งานนี้เป็นงานวิ่งที่อบอุ่นและมีความสุขที่ได้มาวิ่ง แม้ระยะทางจะแสนยาวไกล แต่ตลอดเวลาที่วิ่งกลับเต็มไปด้วยเสียงเชียร์และเสียงหัวเราะ ในแบบที่ผมและนักวิ่งไม่เคยเห็นมาก่อน นี่สินะ น่าจะตอบโจทย์คำว่า ‘งานวิ่งที่อบอุ่น’ ที่พี่เจ้าของร้านขายยาบอกไว้ได้แล้วในระดับหนึ่งแล้วล่ะ ผมจะจำบรรยากาศวันนี้ไปอีกนานแสนนาน จนกว่าผมจะตีความของงานวิ่งที่อบอุ่นได้ดีกว่านี้ แล้วผมจะกลับมาใหม่อีกครั้ง แม้ว่าวันนี้ ตะวันจะลาลับฟ้า งานทุกอย่างจะเสร็จสิ้นลงไปแล้ว แต่ความทรงจำดีๆ จะยังคงอยู่ในใจของพวกเราทีมงาน Until The Sundown ตลอดไป 

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN
    

ขอบคุณทุกๆ คนจากใจจริงครับ ในนามของทีมงาน Until The Sundown

เมื่อตะวันลับขอบฟ้า ........ หมอกเมฆเริ่มก่อตัว
จุดหมายดูมืดมัว ........ จงเบิกแสงส่องนำทาง
วิ่งไปอย่างไม่เกรงกลัว ........ อย่ามัวแต่นิทรา
เมื่อทินกรส่องแสงมา ........ นั่นคือเวลาต้องจากไป

 

- Until Dawn -

 

UNTIL THE SUNDOWN

 

UNTIL THE SUNDOWN
 

Profile picture for user Sillawat512

Sillawat Sathorn

ใครๆเรียกผมว่า 'อาเหลียง' สามารถเจอได้งานวิ่งหรือบางทีอาจจะเห็นผมนั่งจิบกาแฟหล่อๆซักแห่งก็เดินเข้ามาทักทายได้ ถ้าหากใครมีปัญหา สงสัยเกี่ยวกับการแข่งขันไตรกีฬาหรือวิ่ง สามารถสอบถามมาได้ที่อีเมล์ Sillawat512@gmail.com หรือ Facebook : Sillawat Sathorn ได้เลยนะครับ ยินดีให้คำแนะนำครับผม 😊