SEPTEMBER 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP BIKE & TRAVEL
2017 2016 2015
BIKE TRIP
ZOO CYCLING
สนุกสัตว์



ZOO CYCLING
สนุกสัตว์




    สวนสัตว์... ชื่อนี้คุ้นหูกันนะครับ ก็มันคือหนึ่งในดินแดนสรวงสวรรค์ของเด็กทั้งหลายทั่วทั้งโลก ถ้ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง ผมมั่นใจว่าเหล่าเอเลี่ยนน้อยก็อยากไปสวนสัตว์เช่นเดียวกับชาวโลกนี่แหละครับ ผมจำได้ว่าตอนเป็นเด็กผมไปสวนสัตว์บ่อยมาก ปัจจุบันพอโตเป็นหนุ่ม (อิอิ) ก็มิวายมีธุระเกี่ยวกับสวนสัตว์อยู่เป็นประจำ ในฐานะที่เป็นนักปั่นชาวเชียงใหม่ผู้พิสมัยการตะเกียกตะกายป่ายปีนดอยสุเทพ ทุกครั้งที่จะปั่นขึ้นดอยสุเทพ เราจะต้องผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยที่เรามักไม่คิดถึงการเข้าไปปั่นจักรยานในสวนสัตว์มาก่อน







    เมื่อราวเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ผมได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์เชียงใหม่ แกเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันสวนสัตว์เชียงใหม่มีนโยบายเอาใจชาวเสือน่องเหล็ก ด้วยการออกโปรเจ็คท์อนุญาตให้เข้าไปปั่นจักรยานได้แล้วนะ อืมมมมม น่าสนใจมากครับ เคยแต่เดินเที่ยว หรือไม่ก็นั่งรถไฟฟ้าวนรอบๆ จึงอยากชวนเพื่อนๆ นักปั่นเปลี่ยนบรรยากาศเข้ามาลองปั่นในนี้กันดู ได้ลองเที่ยวสวนสัตว์ในรสชาติใหม่กันด้วย ฉะนั้น HIP Bike Section ฉบับนี้ไม่รอช้า ‘สนุกสัตว์’ พากันไปปั่นจักรยานในสวนสัตว์เชียงใหม่กันครับ
    เริ่มจากซื้อตั๋วเข้าสวนสัตว์ก่อนเลย สนนราคา 70 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าเราจะต้องสวมหมวกกันน็อคด้วย ให้เราแจ้งที่จุดขายตั๋วว่าซื้อบัตรเสือหมอบ ครับ ‘บัตรเสือหมอบ’ ถึงแม้ว่าคุณจะปั่นเสือภูเขาก็ตาม 555
    ผ่านประตูทางเข้าปุ๊บ ต้อนรับกันด้วยความอบอุ่นกับเนินนกฟลามิงโก้ ด้วยความชัน 20% เรียกน้ำย่อย! “แหม่ะะะะะ” (เปลี่ยนกล้ามเนื้อเข้าสู่โหมดแพะภูเขาแทบไม่ทัน!) ระบบการเดินรถในสวนสัตว์เป็นระบบทางเดียววนขวา เจอคุณฮิปโปฯ อวบอั๋นโชว์การดำเนินชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ต่อด้วยโซนสัตว์แอฟริกา ม้าลาย ยีราฟ นกกระจอกเทศ เดินกันยั้วเยี้ย ซื้ออาหารเลี้ยงได้ด้วย หน้าตาพี่ยีราฟในระยะประชิดนี่น่าเกลี๊ยดน่าเกลียด 555 ผ่านไปปุ๊บเข้าสู่โซนเจ้าป่าครับ บรรดาพี่เสือ พี่สิงห์ร้องคำรามกันระงม เสือโคร่ง เสือดาว เสือขาว เสือดำ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือสาว (จีน) มากันครบ! ไหนจะสวนนกซ่อนอยู่อีกนะฮะ บินว่อนกันขวักไขว่สนุกสนานกันเชียว







    อ่ะๆๆ เดี๋ยวจะหาว่า อะไรกัน! เอาแต่พามาปั่นชิลล์ๆ สบายเกิ๊นนนนน จัดไป... เนินแพนด้า!!! หน้าบ้านน้องหลินปิง (สัตว์มงคลคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ แม้ว่าปัจจุบันจะโตเป็นสาวและไม่โด่งดังเหมือนแต่ก่อน แต่ยังถูกอัญเชิญไปสิงสถิตตามป้ายทะเบียนเลขสวยๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ด้วย!) ใส่เกียร์ที่เบาที่สุดที่รถมันจะทำได้รอไว้เลยครับ! เนินนี้ดุเอาเรื่อง 23% เอาใจน้องหลินปิง! ผ่านเนินนี้มาก็จะเจอสวนสัตว์น้ำ Aquarium รูปปั้นปลาฉลามเบ้อเร่อบ้าร่าแหกปากแยกเขี้ยวรออยู่เลย จะจอดเข้าชมก็ได้ครับ เสียค่าเข้าชมเพิ่มอีกนิดหน่อยแต่ก็คุ้มครับ ได้เดินลอดอุโมงค์ใต้ทะเล ให้อาหารปลากระเบน แอร์เย็นเฉียบพร้อมเพลงแนว Deep Lounge New Age เกร๋ๆ
    และจากนี้... ผมมีของดีเชียงใหม่แนะนำครับ อิอิ เนินต่อไปนี้จัดว่าหาไต่ยากครับ... 30% ถ่วงน้ำหนักไม่ดีมีหงายหลังกันแน่ 555 ระหว่างตะเกียกตะกายเนินนี้ห้ามอุทานเสียงดังนะครับ เดี๋ยวจะเป็นการรบกวนสัตว์และนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เขา 555 ต้องแสร้งทำเป็นไม่เหนื่อยเพราะจะมีนักท่องเที่ยวมองมาแบบ โอ้โห! ปั่นขึ้นมาได้ไงเนี่ย? และต้องคอยหลบตาคนที่มองด้วยสีหน้าว่า บ้าหรือโง่วะนั่น ปั่นขึ้นมาเนี่ยนะ ทำไมไม่นั่งรถยนต์มา? 555 ปลายเนินมีสวนสนุกน้ำสำหรับน้องๆ หนูๆ ตามติดด้วยน้องหมีโคอะล่า (นักชีววิทยาเรียกโคอะล่า ห้ามเรียกหมี แต่ผมว่าหน้ามันเหมือนหมีนะ เลยอนุโลมให้เรียกได้ครับ) ใกล้ๆ กันมีเหล่าแพะ เก้ง กวาง เดินกันสลอน (เอ๊ะ! ทำไมเราเรียกเกย์ว่าเก้งกวางครับ? อันนี้ไม่รู้จริงๆ)
    เอ้า! เตรียมลุยกันต่อ! เนินนี้ไม่ชันมากครับ แค่ 18 - 20% แต่ยาวมาก 555 ขึ้นไปจนถึงยอดจะเจอที่พำนักของสุดยอดแห่งความฉลาดเฉลียวที่สุดของบรรดาสรรพสัตว์ที่นี่ อุรังอุตังนั่นเองครับ พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าวิธีการในการหลบหนีของพี่เขานี่สุดยอดทั้งนั้น มีตั้งแต่ แอบไปปลดเชือกเอามาต่อกันเพื่อข้ามน้ำ เอายางในรถมอเตอร์ไซค์มาผูกต่อกันเพื่อโหน เร้นกายตามซอกหินเพื่อฉวยโอกาสที่เจ้าหน้าที่เข้ามาทำความสะอาดวิ่งปราดสวนออกไป และล่าสุด... ทำเป็นแกล้งป่วยเพื่อจะได้ออกไปคลินิค!!! สุดยอดดดดด อ้อ อีกอย่างครับ หน้ากรงอุรังอุตังมีร้านอาหาร + กาแฟ นี่คือจุดที่สูงที่สุดของสวนสัตว์เชียงใหม่ จึงมีจุดชมวิวที่สวยมากครับ ว่าแล้วก็... แชะ!










    จังหวะนี้จะเริ่มเข้าสู่ช่วงลงเขาแล้วครับ เจอการดิ่งนี่เข้าใจเลยครับ ว่าทำไมเขาถึงบังคับให้สวมหมวกกันน็อก ดิ่งธรรมดา ดิ่งปานกลาง ถึงดิ่งมากครับ ท่องไว้นะครับ การลงดอย... ให้ใช้เบรคหลังเป็นหลัก ถ่วงน้ำหนักตัวไปข้างหลังเสมอ ถ้าโค้งขวาก็ยกเท้าขวาขึ้นด้านบน + กดน้ำหนักลงเท้าซ้าย + ไหล่และเอวรวมเป็นหนึ่งเอียงตัวลงเล็กน้อย เลี้ยวด้วยการโน้มเอียงตัวนิดๆ ไม่ใช่ตั้งตัวตรงแล้วบิดแฮนด์เลี้ยวนะครับ! เบรกชะลอรถให้ได้ความเร็วที่รู้สึกว่าปลอดภัยก่อนที่จะเข้าโค้ง แล้วจึงเข้าโค้งโดยไม่ต้องใช้เบรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง! อย่าใช้เบรคหน้าในโค้งนะครับ และจำไว้เสมอว่ารักษาล้อหน้าให้ดี ถ้าล้อหลังปัด โอกาสรอดสูง หรือถ้าจะล้มก็ล้มแบบแฉลบไม่แรงมาก แต่ถ้าล้อหน้าแฉลบ อันนี้เรื่องใหญ่ คุมทิศทางการล้มไม่ได้ ตีลังกา สะบัดเหวี่ยง โอ๊ยยยย หนักครับ! (อันนี้ส่วนตั๊วส่วนตัวนะครับ แข่งกันตอนขึ้นเขาเนี่ย เดิมพันกันด้วยสุขภาพดี ชนะก็แข็งแรง - แพ้ก็ได้ออกกำลังกาย แต่แข่งกันลงเขาเนี่ยยยยยย เหมือนเอาชีวิตมาเสี่ยงเลยพ่อคู้ณณณณณ เก็บเรื่องเสี่ยงๆ นี้ให้นักแข่งเขาฝึกปรือกันเถอะครับ ยังมีเรื่องดีๆ รอเราอยู่อีกตั้งเยอะแยะ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยครับ ไม่คุ้ม!)
    ขาลงนี่เจอกองทัพนกเงือกนานาพันธุ์เลย สวยดีนะครับ แต่ระวังเสียงร้องด้วย หนวกหูมาก! 555 ลงมาอีกนิดก็เจออาณาจักรสัตว์เลื้อยคลาน สนุกครับงานนี้ คำหยาบไทยมากันเกือบครบ! 555 เริ่มด้วย เต่า งู กิ้งก่า ตะกวด และ... เห้! เจ้าหน้าที่บอกผมว่า เห้ มีนิสัยชอบขโมยของกินและสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เขาเลยเรียกคนนิสัยไม่ดีว่า ไอ้เห้ อ๋อออออ เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง และอีกอย่าง... เห้ตัวเมียจะมีสีทองขึ้นเป็นลายดอกตามตัว เป็นที่มาที่เราตำหนิผู้หญิงนิสัยไม่ดีว่า... Golden Flower (เอาไปแปลกันเองเถอะครับ) อ๋อออออออ มันมีที่มาอย่างนี้เองเนาะ!!! ผมจึงถามต่อว่า แล้วเพลง ‘เพียงกระซิบ’ ที่คนช่วยกันตะโกนตรงท้ายท่อนฮุคว่า “เย้เห้!” นี่มันมีที่มายังไง? พี่เขายิ้มเจื่อนๆ ตอบว่า “ไม่รู้ว่าเขาจะตะโกนทำเห้อะไรครับ” (555) ตามมาด้วยกองทัพจระเข้อีกนานาสปีชี่ส์ มีตัวหนึ่งใหญ่มาก ยาวประมาณเกือบ 5 เมตร รอบๆ บ่อมีเหรียญเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด ใครมาก็ต้องโยนเหรียญลงบ่อโคตรไอ้เคี่ยม คาดว่าปรากฏการณ์นี้จะมีเฉพาะที่ประเทศเราที่เดียว!!! เพราะที่อิตาลีนิยมโยนเหรียญลงน้ำพุ ที่เกาหลีโยนดอกกุญแจ และที่ตุรกีโยนประชาธิปไตย! อุ่ย!!! พอๆๆ เดี๋ยวโดน บก.ใหญ่เรียกไปปรับมายาคติ อิอิ)








    ออกมาจากอาณาจักรสัตว์เลื้อยคลานก็เจอเหล่าชะนีห้อยโหนกันวุ่นวายเชียว เสียดายที่ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่แถวนี้ ผมอยากรู้ว่าทำไมบรรดาเก้งกวางมักเรียกผู้หญิงว่าชะนี เลยไม่มีใครมาให้คำตอบ เสียดายจัง แต่แอบเดาเอาเองว่ามาจากสำเนียงการร้องของชะนีครับ “ผัว ผัว ผัว” โหวกเหวกโวยวายกันระงม! ข้ามถนนมาปุ๊บเจอแรดครับ ตัวโตมาก มาจากอินตะละเดียโน่นแหนะ ไม่แน่ใจว่ากินโรตีชีสเป็นอาหารมั้ย? 555 เจ้าหน้าที่บอกผมว่า เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ แรดตัวเมียจะเข้าไปใช้นอสะกิดตัวผู้ ประมาณว่า ตะเอง ตะเอง มาสิ มาสิ เราจึงเรียกผู้หญิงที่เป็นฝ่ายเข้าหาผู้ชายก่อนว่า ‘แรด’ โอ้วววววว ชุดความรู้ใหม่!!! ผ่านจากแรดไปไม่นานก็เจอกับแมวน้ำ และเพนกวิน มีการแสดงโชว์ด้วยนะครับ แต่ต้องมาตามตารางเวลาของแต่ละวัน ถัดมาอีกนิดมีแพะพม่า เจ้าหน้าที่บอกว่า ทางเราต้องนุ่งโสร่งให้อาหาร ไม่งั้นมันไม่ยอมกิน! (เอ่ออออ เจ้าหน้าที่สวนสัตว์นี่อารมณ์ดีกันจังนะฮะ ชอบครับชอบ)
    ดิ่งลงดอยมาสักระยะเจอหมีครับ สองกรงติดกันเลย หมีควาย อันนี้ไม่ต้องสงสัยครับ หน้าตาเหมือนควายจริงๆ และกรงข้างๆ หมีหมา แน่นอนครับ! หน้าตาเหมือนหมาเดี๊ยะ! ปิดจ๊อบ! ฝั่งตรงข้ามมีแกะภูเขา แพะภูเขา และเลียงผา ผมเลยแวสักการะนมัสการซะหน่อย จะได้ปั่นขึ้นเขาเก่งๆ คริคริ ไม่ไกลกันมีโรงละครสำหรับแสดงความสามารถพิเศษของสัตว์ครับ แนวนกแก้วปั่นจักรยานประมาณนั้น แต่เช่นเดียวกับการแสดงแมวน้ำที่ต้องเช็คเวลาการแสดงตามรอบในแต่ละวัน ซึ่งรอบการแสดงจะมีมากเป็นพิเศษในช่วงวันหยุด ติดๆ กันเป็นกรงช้างครับ ใหญ่โตอลังการงานช้างจริงๆ ช้างเชื่องด้วย เดินเข้ามาเล่นด้วย เอากิ่งไม้มาให้เพื่อแลกกับกล้วย แถมยังสวัสดีได้ด้วย วนลงมาจะเข้าสู่โซนลิงครับ ลิงลม ลิงก้นแดง ลิงแสม (ตอนเด็กผมเรียกว่าลิงแสม เพิ่งมารู้ตอนโตว่าเขาเรียกสะ-แหม) ด้านตรงกันข้ามมีสัตว์ออสเตรเลีย แกะ อีมู และกระต่ายเดินกันเพ่นพ่านไปหมด – โหมดนอกเรื่อง... เรื่องของกระต่าย นักชีววิทยาบอกว่า... กระต่ายคือจุดสูงสุดแห่งห่วงโซ่ของเหยื่อ และอยู่ต่ำสุดในห่วงโซ่ของผู้ล่า คือตัวเองกินผักแล้วต้องพลีกายเป็นอาหารให้เหล่าผู้กินเนื้อว่างั้น มันถึงเป็นสาเหตุให้กระต่ายต้องเร่งผสมพันธุ์ให้เร็วที่สุด ให้ลูกหลานออกมาให้เยอะที่สุด เพื่อให้เพียงพอต่อบรรดาเสือสิงห์ทั้งหลาย เราจึงเปรียบเปรยว่ากระต่ายเซ็กส์จัด และหยอกเอินหนุ่มๆ ชาวมัก... กระสันว่า เอวกระต่าย! ทางด้านนักออกแบบเขาบอกว่า... ทันทีที่สำเร็จลุล่วงการเสพสังวาสกามกิจ กระต่ายตัวผู้จะใช้เท้าถีบคู่ร่วมรักของเขาออก และไอ้ทิดก็จะกระโดด (ด้วยท่าบันนี่ฮอพ) จากไปอย่างไร้เยื่อใย! ทีนี้เข้าใจหรือยังครับว่าทำไม Playboy ถึงใช้โลโก้ที่เป็นรูปหัวกระต่าย!!! และเราจึงเรียกบรรดาชายที่เชยชมสตรีแล้วหนีจากว่า ‘หนุ่มเพลย์บอย’ ขออนุญาตอุทาน... โหดสัตว์!!!






    แหม่ มีครบเลยนะครับ ทั้งเรื่องจักรยาน การลงเขา และประวัติศาสตร์ที่มาของเรื่องเห้ๆ 555 อย่าว่าแต่คุณผู้อ่านเลย เขียนถึงตรงนี้ชักไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันครับว่ากำลังจะเล่าเรื่องอะไรแน่ 555 เอาเป็นว่าเนื้อๆ น้ำๆ ปนๆ กันไปนั่นแหละเนาะ
    เป็นอันครบรอบ 1 รอบสวนสัตว์เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ดูผิวเผินเหมือนจะไม่ไกลมาก แต่ดอยนี่ดุจริงๆ เสียค่าเข้า 70 บาท ปั่นวนเล่นสัก 3 - 4 รอบถือว่าคุ้มครับ ผมคิดว่าเส้นทางปั่นรอบสวนสัตว์นี้มีเสน่ห์ดีนะครับ จะว่าเอาใจสายท่องเที่ยวก็ไม่เชิง เพราะดอยมันดุจริงๆ แต่ครั้นจะบอกว่าเป็นเส้นทางโปรฯ ก็ไม่ใช่อีก เพราะก็มีที่เที่ยวชมสัตว์ตลอดเส้นทาง ฉะนั้นรูทนี้สามารถปั่นเพื่อท่องเที่ยวก็ได้ ปั่นเพื่อออกกำลังกายก็ได้ หรือจะมาปั่นกันทั้งครอบครัวก็ยังได้ หาโอกาสมาลองกันดูนะครับ รับประกันเลยครับว่า... สนุกสัตว์!



เรื่อง / ภาพ: acidslapper



ปั่นขึ้นเราที่ SWITZERLAND (1)
ที่ SWITZERLAND
ปั่นขึ้นเราที่ SWITZERLAND (2)
ที่ SWITZERLAND
THE ROYAL PROJECT FOR CYCLING
รวมฮิตเส้นทางปั่นโครงการหลวง
#HIPปั่นไปปาย
ปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวจากเชียงใหม่ไปปาย
ON THE ROAD IN ICELAND
เกาะแห่งความฝัน ที่ยังมีลมหายใจ
ZOO CYCLING
สนุกสัตว์
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©