AUGUST 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP BIKE & TRAVEL
2017 2016 2015
BIKE TRIP
ON THE ROAD IN ICELAND
เกาะแห่งความฝัน ที่ยังมีลมหายใจ



ON THE ROAD IN ICELAND
เกาะแห่งความฝัน ที่ยังมีลมหายใจ


            สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ มีเมืองหลวงชื่อ เรคยาวิก (Reykjavík) เรคยาวิกจึงเป็นเมืองหลวงที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด มีประชากรประมาณ 3 แสนคน ซึ่งค่อนข้างเบาบาง ปี 2557 ไอซ์แลนด์ถูกจัดให้เป็นประเทศที่สงบสุขที่สุดในโลก


จากรูป ‘โจกุลซาลอน’ (Jökulsárlón) ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะไอซ์แลนด์


           “มันจะดีกว่า ถ้าเราได้เอาจักรยานที่เราชอบไปขี่ที่ไอซ์แลนด์ด้วย“  ประโยคสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยพลังมหาศาลของนักปั่นคนนี้ ตั้ม - ขวัญชัย นวลจันทร์ฉาย แห่งร้าน Velocity The Cyclist Shop ที่เรารู้จักกันดี ด้วยความหลงใหลในการปั่นจักรยานและท่องเที่ยว ทริปนี้จึงเกิดขึ้น จากการวางแผนและศึกษามาอย่างดีการไปไอซ์แลนด์ในครั้งนี้ เขาจึงชวนเพื่อนนักปั่นไปอีก 4 คนและผู้ติดตามที่จะคอยขับรถเซอร์วิสตลอดเส้นทาง (พี่ตั้มเรียกว่ากลุ่มแม่บ้าน)ระยะทางบนถนนกว่า 600 กิโลเมตร ในเวลา 5 วัน กับการปั่นที่ไม่เป็นไปตามที่คาดคิดไว้?

Day 1

















        “ทริปนี้กว่าจะถึงไอซ์แลนด์ เราต้องต่อเครื่อง 2 ครั้ง คือลงที่โดฮาเพื่อเปลี่ยนเครื่องไปโคเปนเฮเกน และเปลี่ยนเครื่องเพื่อไปเรคยาวิก” พี่ตั้มเล่าให้ฟังว่าในการนำจักรยานจากไทยไป เขาต้องเตรียมแร็คที่ใช้ติดรถยนต์เพื่อวางจักรยานไปด้วย “เตรียมไว้ดีกว่า เพราะจักรยานแพง”
        เมื่อถึงเมืองหลวงเรคยาวิก รถยนต์ที่เช่ามาก็ถูกประกอบด้วยแร็คและจักรยาน ก่อนจะเริ่มต้นขับรถมุ่งหน้าไป 400 กว่ากิโลเมตร ทางตะวันออกสุดของสถานที่ที่วางแผนไว้ นั่นคือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน สถานที่ที่พี่ตั้มบอกกับเราว่า “เป็นเหมือนอีกโลกหนึ่งที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน”


Day 2









ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ไม่มีทางรถไฟ มีถนนเส้นหลักคือ ทางหลวงหมายเลข 1 
วนรอบเกาะไอซ์แลนด์ (ถนนวงแหวน) สำหรับคนไทยที่ต้องการเช่ารถ 
ควรมีใบขับขี่สากล เพราะที่นี่พวงมาลัยอยู่ทางซ้ายและขับรถเลนขวา







      จากที่พัก ทีมเริ่มปั่นจักรยานย้อนกลับมาทางตะวันตก บนถนนหมายเลข 1 โดยให้รถกลุ่มแม่บ้านขับนำไปก่อน พี่ตั้มบอกว่าการวางแผนปั่นจักรยานในทริปนี้ ด้วยระยะทางทั้งหมด แผนที่วางไว้คือเช้าขี่จักรยาน บ่ายนั่งรถ จะไม่ขี่ตะบี้ตะบันจนไม่มีแรงเที่ยว และตั้งใจมาช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นต้นฤดูร้อน น้ำแข็งกำลังละลายแต่ก็ยังมีน้ำแข็งให้เห็นอยู่ อากาศวันนี้หนาวมาก อุณหภูมิแค่เลขตัวเดียว ที่นี่อากาศค่อนข้างแปรปรวนพอสมควร ด้วยความเป็นเกาะ บางทีมีเมฆ แล้วก็แดดออก กำลังถ่ายรูปสวยๆ ซักพักเมฆก็มาละ หรือซักพักก็มีฝนปรอย แต่เดี๋ยวก็หายไปก็มี

      เหตุผลที่ไปทางตะวันออกก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาทางตะวันตก ก็คือวิวที่จะได้เห็นขาไปและกลับจะไม่เหมือนกัน ด้วยระยะเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงต้องวางแผนให้กระชับ เริ่มสตาร์ทจากที่พัก ใช้ความเร็วในการปั่นค่อนข้างต่ำ เพราะหยุดถ่ายรูปกันค่อนข้างบ่อย ข้อเสียของการหยุดบ่อยคือสูญเสียความร้อน ต้องรักษาอุณหภูมิให้ร่างกายอุ่นเพื่อต่อสู่กับอากาศหนาวภายนอก และชุดที่ใช้ต้องเป็นชุดสำหรับปั่นในเมืองหนาว ระหว่างที่ปั่นรู้เลยว่าหลายคนเตรียมชุดมาไม่พร้อม โดยเฉพาะถุงมือสำคัญมากเพราะถ้านิ้วชา กำแฮนด์ยังไม่ไหวเลย













       จุดหมายแรกที่ไปถึงคือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร บริเวณส่วนนี้เป็นทางออกของธารน้ำแข็งใหญ่จาก Vatnajökull (วัทนาโจกุล) แตกตัวและลงมาที่ทะเลสาบนี้ก่อนลงทะเล ถ้ามาฤดูหนาวจะเห็นน้ำแข็งเป็นแผ่น ไม่เห็นเป็นก้อนแบบนี้ สามารถนั่งเรือเข้าไปใกล้ๆ ได้ ถ้าโชคดีอาจเห็นแมวน้ำ ถัดจากทะเลสาบนี้ไปมีชายหาดสีดำ ที่พัดเอาก้อนน้ำแข็งที่เริ่มละลายจากทะเลมาเกยหาด ทีมเราดื่มด่ำอยู่ตรงจุดนี้ประมาณ 3 ชั่วโมงพร้อมกินข้าวกลางวันแบบครัวเอาท์ดอร์ เริ่มมีคนขี้เกียจปั่นแล้ว แต่ต้องปลุกใจว่า ไหนๆ ก็เอาจักรยานมาแล้ว วันนี้ต้องขี่ให้ได้ตามแผน!
       ระหว่างปั่นไปจุดหมายต่อไป อยู่ดีๆ ลูกเห็บก็ตก ลมแรงมาก เพราะทีมเราขี่ย้อนลมอุ่นทางทิศใต้ขึ้นไป ไม่ได้ถ่ายรูปเลยเพราะมือแข็งมาก ไม่สามารถหยิบกล้องออกมาโดยไม่ถอดถุงมือได้ ปั่นมาได้ประมาณ 50 กิโลเมตร เราก็ถึงธารน้ำแข็ง Svínafellsjökull (สวีนาเฟลล์โจกุล) เป็นธารน้ำแข็งที่สามารถเดินไปดูใกล้ๆ ว่ามันไหลลงมาจากภูเขาได้เลย เอกลักษณ์ของมันคือเป็นเลเยอร์ จากเถ้าภูเขาไฟและน้ำแข็งทับกันเป็นชั้นๆ สามารถเดินเทรกกิ้งได้แต่ต้องมีผู้นำ (เคยมีคนหายสาบสูญมาแล้ว)
       วันนี้ถือว่าปั่นได้ตามแผนที่วางไว้ คือประมาณ 70 กิโลเมตร จากนั้นเราก็แพ็คจักรยานขึ้นรถและขับรถเที่ยวต่อไปยังหุบเขา Fjaðrárgljúfur (โตรกฟยาดราร์กลิเฟอร์) ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำแข็งเป็นหุบเขาลึกประมาณ 2 กิโลเมตร ทำให้เกิดแลนด์สเคปที่สวยแปลกตา ก่อนเข้าที่พักยังผ่านทุ่งหินลาวากว้างสุดลูกหูลูกตาที่ปกคลุมด้วยมอส จนมาถึงที่พักที่เมือง Vik กันตอนประมาณ 4 ทุ่ม ท้องฟ้ายังสว่างอยู่ ท่ามกลางอากาศ 1 องศาเซลเซียส ทุกคนก็แยกย้ายกันนอนพักเอาแรงสำหรับการปั่นวันพรุ่งนี้

DID YOU KNOW?
 
เนื่องจากความสวยงามแปลกตาเหมือนโลกต่างดาวของ Svínafellsjökull ผู้กำกับ Christopher Nolan จึงใช้โลเคชั่นนี้ ในภาพยนต์เรื่อง Interstellar ในฉากที่กลุ่มของนักสำรวจกำลังหาดาวเคราะห์ดวงใหม่เพื่ออยู่อาศัย


Day 3












         ‘ผิดแผน’ ความจริงแล้ววันนี้ต้องปั่นให้ได้ประมาณ 50 - 60 กิโลเมตร ตามแผนที่วางไว้ แต่ก็ต้องยกเลิก เนื่องจากทุกคนยังปรับตัวกับสภาพอากาศที่หนาวจัดไม่ได้ เหมือนว่าการปั่นที่นี่ 1 ชั่วโมง ร่างกายต้องสร้างพลังงานมากกว่าปกติ คือร้อนมากก็ไม่ดี หนาวมากก็ไม่ไหว วันนี้เลยเปลี่ยนแผนเป็นขับรถเที่ยวแทน จุดหมายต่อไปที่เราแวะก็คือ Reynisfjara ชายหาดหินสีดำ จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือมีนกพัฟฟินทำรังอยู่บนชั้นหินท และภูเขาริมทะเลมีแท่งหินวางเรียงตัวสวยแปลกตา เป็นความอัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเอง ส่วนข้างๆ ก็มีถ้ำ Halsanefshellir ที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับยักษ์โทรล จากเรื่องเล่าต่างๆ จะเห็นได้ว่าวิถีชีวิตของคนไอซ์แลนด์ผูกพันกับธรรมชาติค่อนข้างมาก












        เราขับต่อมาที่หินสะพานโค้งที่มีหน้าผายื่นออกไปในทะเล เป็นที่ตั้งของประภาคารเก่า ระหว่างทางที่จะไปจุดหมายต่อไป เราผ่านบ้านเก่าดั้งเดิมที่เป็นบ้านหินก่อผสมไม้กันลม แล้วเราก็ถึงอนุสรณ์สถานภูเขาไฟEyjafjallajökull (เอยาฟจาลาโยคูลล์) ซึ่งเป็นสถานที่รำลึกถึงการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ขี้เถ้าของการระเบิดครั้งนี้สร้างความเสียหายไปทั่วยุโรป การจราจรทางอากาศชะงัก จนมีคนพูดว่า “ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ไม่มีกองทัพ แต่เรามีภูเขาไฟ...” จากนั้นเรามุ่งหน้าสู่น้ำตกยักษ์ที่สูงที่สุดในไอซ์แลนด์ Skógafoss (สโคคาร์ฟอสส์) สูงกว่า 60 เมตร สามารถเดินขึ้นไปชมวิวจากจุดสูงสุดได้ จุดเด่นคือแสงแดดที่กระทบกับละอองน้ำจนเกิดรุ้งสองชั้นที่สวยงาม

DID YOU KNOW?

น้ำตก Gullfoss เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำฉากแรกๆ ของภาพยนตร์เรื่อง Prometheus


Day 4






















    วันนี้เราเริ่มจากแวะเที่ยวใกล้ๆ ที่พัก นั่นคือ น้ำพุร้อนขนาดใหญ่ Geysir (กีย์เซอร์) ที่น้ำพุ่งขึ้นด้วยแรงดันจากภูเขาไฟใต้ดิน ต่อด้วยน้ำตกที่ไม่ควรพลาดอีกที่ คือ Gullfoss (กุลล์ฟอสส์) ด้วยความใหญ่มหึมาอลังการ ทำให้ที่นี่ดังมาก จนถึงขั้นจะนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ก็ถูกพับโครงการไปเพราะต้องการอนุรักษ์ไว้ ช่วงฤดูหนาวน้ำตกจะกลายเป็นน้ำแข็งหมดเลย เราแวะเปลี่ยนชุดเป็นชุดปั่นจักรยาน วันนี้ตั้งใจจะปั่นให้ได้ประมาณ 40 กิโลเมตร ชมวิวสองข้างทาง เวลาใกล้ทุ่มแต่ยังสว่างอยู่ เราแวะน้ำตก Hraunfossar (ฮัวฟอสส์ซ่าร์) ความพิเศษของที่นี่คือน้ำที่ออกมาจากชั้นหินลาวา เกิดเป็นน้ำสีฟ้าสวย ไหลลงแม่น้ำ Hvítá เรียงไปตามความยาวของแม่น้ำกว่า 900 เมตร จากนั้นขับรถยาวต่อไปอีก 150 กิโลเมตร ทางตะวันตกสุดของทริปนี้ เพื่อไปพักใกล้สถานที่ที่เป็นแรงบันดาลใจในการมาไอซ์แลนด์ครั้งนี้ นั่นคือภูเขา Kirkjufell (คริคจูเฟว) เรามักจะเห็นภาพถ่ายมุมมหาชนของคริคจูเฟวมากมาย กับภูเขาทรงหมวกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเห็นที่นี่ด้วยตาตัวเอง


Day 5









    วันสุดท้ายในไอซ์แลนด์ ก่อนกลับโคเปนเฮเกน เรากลับไปที่เมืองหลวงเรคยาวิกเพื่อแวะโบสถ์ Hallgrimskirkja (ฮัลล์กรีมสคิร์คยา) โบสถ์ศาสนาคริสต์ที่สูงที่สุดในไอซ์แลนด์ ข้างหน้ามีอนุสาวรีย์ของ เลฟร์ อีริกสัน ชาวยุโรปคนแรกที่มาตั้งรกรากที่นี้ จากนั้นเราขับรถอีก 50 กิโลเมตร เพื่อไปแช่น้ำแร่ภูเขาไฟที่ Blue Lagoon (บลู ลากูน) ก่อนจะกลับมาเรคยาวิกเพื่อคืนรถเช่าและแพ็คจักรยาน เตรียมตัวร่ำลาเกาะไอซ์แลนด์

    วิธีเตรียมตัวก่อนไปไอซ์แลนด์ ควรศึกษาเส้นทางให้ดี หากจะเอาจักรยานไปปั่นก็ควรรู้ว่าเส้นทางไหนเหมาะสม ดูเวลาด้วยว่าช่วงที่ไปกลางวันมีเวลากี่ชั่วโมง พระอาทิตย์ตกตอนไหน เรามีเวลาเท่าไหร่ เพราะถ้าเกิดเวลาไม่พอแล้วมืดก่อน จะทำให้เราเที่ยวได้น้อยลง ยกเว้นตั้งใจมาดูแสงเหนือที่กลางคืนมากกว่ากลางวัน ส่วนเรื่องชุดที่ใส่ปั่นต้องเป็นชุดที่ใช้ปั่นในเมืองหนาว ถุงมือยาว มีเบสเลเยอร์ ชั้นกลางหนาหน่อย และชั้นนอกกันลมกันหนาว ไม่ใช่ใส่ลองจอนข้างใน เพราะมันไม่เหมาะกับการออกกำลังกาย
    ถ้าคุณเป็นนักเดินทาง รักการผจญภัยและชอบปั่นจักรยาน แนะนำว่าชีวิตหนึ่งต้องไปซักครั้ง ขี่จักรยานกับขับรถมันให้อารมณ์ที่แตกต่าง การปั่นทำให้เราสัมผัสได้ถึงสายลม แสงแดด หรือแม้แต่กลิ่นของหญ้า ส่วนผมถ้ามีเวลาก็อยากจะมาอีก อยากเก็บให้รอบเกาะเลย พี่ตั้มทิ้งท้ายว่า “ครั้งหน้าผมอยากปั่นเสือภูเขานะ”

เรื่อง / ภาพ:
ขวัญชัย นวลจันทร์ฉาย (ตั้ม เวโล)
เรียบเรียง: HIP Team










ปั่นขึ้นเราที่ SWITZERLAND (1)
ที่ SWITZERLAND
ปั่นขึ้นเราที่ SWITZERLAND (2)
ที่ SWITZERLAND
THE ROYAL PROJECT FOR CYCLING
รวมฮิตเส้นทางปั่นโครงการหลวง
#HIPปั่นไปปาย
ปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวจากเชียงใหม่ไปปาย
ON THE ROAD IN ICELAND
เกาะแห่งความฝัน ที่ยังมีลมหายใจ
ZOO CYCLING
สนุกสัตว์
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©