SEPTEMBER 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP BIKE & TRAVEL
2017 2016 2015
BIKE TRIP
#HIPปั่นไปปาย
ปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวจากเชียงใหม่ไปปาย



#HIPปั่นไปปาย
ปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวจากเชียงใหม่ไปปาย

21 กันยายน 2559




    ระยะทางจากเชียงใหม่ถึงอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถ้านั่งรถตู้ประจำทาง ดูเหมือนว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าขับรถไปเอง บางคนใช้เวลาน้อยกว่า 3 ชั่วโมง ในขณะที่บางคนใช้เวลา 4 ชั่วโมงหรือมากกว่า เพราะจอดแวะพัก (หาอะไรกินหรืออ้วก) หลายครั้ง แต่ถ้านั่งเครื่องบินไป ก็ใช้เวลาแค่ 20 นาทีเท่านั้นเอง, แล้วถ้าปั่นจักรยานไปล่ะ... จะใช้เวลาสักเท่าไหร่? จะปั่นไปไหวมั้ย? ไหวสิครับ (ผมบอกตัวเอง)
    ...และตอนนี้ถนนจากเชียงใหม่ไปปาย ก็ดีแล้ว เรามาปั่นจักรยานไปปายกันดีกว่า
    แล้วทริป #HIPปั่นไปปาย ก็ถูกกำหนดขึ้น ด้วยการสนับสนุนหลักจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน โดยการปั่นไปปายในครั้งนี้ ทาง HIP ก็มี โค้ชจุ๋ย (คุณจุ๋ยจุ๋ยส์ คนดำ คนดี คนเดิม ของพวกเรานั่นแหละครับ) เป็นผู้นำและผู้ดูแลการปั่น มีคุณอ้น (แห่งการท่าอากาศยาน จ.เชียงใหม่) และชาวคณะ เป็นที่ปรึกษา ในฐานะที่เพิ่งจะปั่นไปปายมาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมกับร่วมปั่นไปด้วยกัน
    สรุปแล้ว ทริป #HIPปั่นไปปาย ครั้งนี้ มีนักปั่นที่ร่วมทริปทั้งหมด 16 คัน จากเชียงใหม่ 12 คัน คือ บก.HIP (ผมเอง), จุ๋ยจุ๋ยส์, อ้น, ยิ้มยิ้ม, เต้, ไอจ์, โอม, เมท, บุ๊ค, อุ้ม, ทศ และ แบงค์ (ซึ่งมากกว่าครึ่งได้เคย ‘ปั่นไปปาย’ แล้วเมื่อกลางเดือนสิงหาคม) และมาจากกรุงเทพฯ 4 อีกคัน คือ พี่ฟู และ น้าอั๋น (Stories Group) กับ พี่เปา และ ชัช
     ผมคุยกับจุ๋ยและอ้นว่า แนวทางของ #HIPปั่นไปปาย ในครั้งนี้คือ ไม่เร่งรีบ ไม่ได้ปั่นแบบแข่งขัน แต่ปั่นแบบท่องเที่ยว ค่อยๆ ปั่นไป แวะพัก แวะกิน บ่อยหน่อย ใครไม่ไหวก็อย่าฝืน หยุดพักได้ มีรถกระบะขนจักรยาน มีรถเซอร์วิส ใครพักแล้วอยากปั่นต่อก็ได้ แต่เน้นย้ำเป็นพิเศษคือเรื่องความปลอดภัย และการดูแลช่วยเหลือกันระหว่างการปั่น เมื่อปั่นไปถึงทางเขาแล้ว อาจจะแบ่งเป็นกลุ่มหน้าสุด กลุ่มกลาง และกลุ่มรั้งท้าย ก็ให้ไปตามนั้น ไม่ต้องรอกัน แต่จะมีจุดใหญ่ๆ ที่ทุกคันต้องรอกันหมด (นั่นหมายถึงว่ากลุ่มหน้าจะต้องหยุดนานหน่อย) และอีกอย่างคือ งานนี้มีบันทึกทั้งวิดีโอและภาพนิ่ง (เพียบ!)

พุธ 21 กันยายน 2559


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    จากจุดนัดหมายรวมตัวกันที่หน้าศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ เชียงใหม่ ถนนเลียบคันคลอง ฝนเริ่มลงเม็ดโปรยลงมา ตั้งแต่ที่ยังถ่ายรูปกันไม่เสร็จ เอ้า! #HIPปั่นไปปาย กันครับ เปียกก็เปียก จักรยานทั้ง 16 คัน ค่อยๆ ปั่นเรียงกันไปแบบไม่เร่งรีบ คือความเร็วแบบท่องเที่ยวจริงๆ เราใช้ถนนเส้นในของแม่ริม ที่ตัดเข้าไปทางวัดป่าดาราภิรมย์ ทะลุไปออกทางคุ้มเสือ แล้วลัดเลาะไปออกเส้นในที่ไปทางบ้านควายไทย หรือที่หลายคนเรียกกันว่าทางไปพระพุทธบาทสี่รอย ที่เราใช้เส้นนี้ เพราะผมรู้สึกว่าทางสวย น่าปั่น รถยนต์ไม่เยอะมาก และเรามีเป้าหมายที่จะไปกินกาแฟ แซนวิช ซุป ที่ร้านกาแฟหลวงพะบางกลางนา ที่เพิ่งย้ายจากหน้าวัดโป่งน้อยไปอยู่แถวนั้นได้ไม่นาน (ร้านอยู่ใกล้ๆ บ้านหนองปลามันครับ อ่านรายละเอียดได้ที่หน้า Bike Friend) ก็โดนฝนพรำกันมาตลอด จนฝนหยุด หลังจากถึงร้านกาแฟหลวงพะบางกลางนา

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 
 
    เป้าหมายจุดแวะพักสำหรับอาหารเช้าของเราจะอยู่ที่ร้านกาแฟแป้นเกล็ด (ที่หลายคนคุ้นเคย) แต่ผิดแผนครับ วันนั้นร้านแป้นเกล็ดปิด! เราเลยได้แวะเติมข้าวเช้ากันที่ร้านกรีนเฮ้าส์ก่อนถึงแป้นเกล็ดเล็กน้อย และหลังจากที่เติมข้าวเช้ากันแล้ว จุดต่อไปที่ทุกคันจะต้องเจอกันก็คือ  โอเคมาร์ท ซึ่งถือว่าเป็นครึ่งทางปาย ก็ดูๆ แล้วน่าจะต้องไปอีกเกือบๆ 30 กม. และหนังชีวิตเรื่องแรกของหลายๆ คน รวมทั้งตัวผมก็เริ่มต้นขึ้นครับ เพราะปั่นอยู่ในกลุ่มหลังไปได้สักพัก สายตาก็มองไปที่ Heart Rate บน Garmin ที่พุ่งขึ้นเรื่อยๆ 170 175 180 185 190 191 192 193 เฮ้ย หยุดดีกว่า! ทำไมวะ เกิดอะไรขึ้น? สรุปว่า กว่าจะปั่นไปถึง โอเคมาร์ท ผมต้องหยุดพักให้ฮาร์ทเรทดาวน์ลงถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไปถึงโอเคมาร์ทจนได้ล่ะครับ
    ตรงจุดพัก โอเคมาร์ท เราตกลงกันว่าจะยังไม่กินข้าวกลางวัน แต่จะไปกินกันที่ข้าวซอยอิสลาม ข้าวหมกไก่ ซุปหางวัว ตรงแม่แสะ ที่อยู่ห่างออกไปอีกราว 10 กม. แต่... ฝนตกอย่างหนักอ่ะครับ และผมก็ทะเล่อทะล่าออกตัวก่อนคนอื่น ก่อนที่ฝนจะตกไปกับพี่ฟู (กรุงเทพฯ) สองคน ปั่นไปได้สัก 1-2 กม. ก็ต้องวกรถปั่นกลับมาติดฝนกับทุกคนที่โอเคมาร์ท ด้วยสภาพที่เปียกชุ่มไปทั้งตัว (ทั้งสอง) แล้วทุกคน ทุกคัน ก็เลยต้องกินมื้อกลางวันกันที่โอเคมาร์ทนั่นแหละ
    พักนานพอสมควรจนฝนหยุดตกขาดเม็ด ก็ได้เวลาเดินทางปั่นกันต่อ จุดนัดหมายต่อไปจึงข้ามร้านข้าวซอยไปเป็นจุดชมวิวถ่ายรูป ร้านกาแฟรักจัง ซึ่งหลายๆ คนพูดกันว่า หนังชีวิตเรื่องใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว เพราะทางมีแต่จะขึ้นเขาไปเรื่อยๆ แต่ผมกลับแปลกใจตัวเองมาก คือ หลังจากออกมาจาก โอเคมาร์ท ผมกลับสามารถควบคุมการเดินทางของตัวเองได้ดี ปั่นไปเรื่อยๆ หัวใจไม่ขึ้นสูงมาก ไม่ถึงกับเหนื่อยมาก บางช่วงปั่นไปคุยกับจุ๋ยไปว่า รถที่ขับเส้นนี้บางคันเขาคงว่าพวกเราบ้าเนอะ มาปั่นจักรยานขึ้นเขาเพื่อไปปายกัน โดยเช่ารถตู้มาวิ่งไปรับพวกเรากลับ 5555 นี่กระมังครับ ที่เขาเรียกว่า ปั่นจักรยานแล้วมีความสุข


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    ปั่นขึ้นเนิน ผ่านดอย ขึ้นเขา ไปเรื่อยๆ ขึ้นแล้ว ขึ้นอีก แล้วผมก็พาตัวเองบนจักรยานมาถึงจุดนัดพบกับคนอื่นๆ จนได้ แม้ว่าผมจะอยู่ในกลุ่มหลัง แต่ผมก็ยังรู้สึกว่า เรี่ยวแรงยังมีเหลือ และปายใกล้เข้ามาแล้ว..
    จากจุดชมวิวร้านกาแฟรักจัง อ้น - ผู้มีประสบการณ์ปั่นมาปายแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชี้ให้ผมและคนอื่นๆ ดูป้ายที่บอกว่าอีก  7 กม. ก็จะถึงห้วยน้ำดัง ดูจากตัวเลขเหมือนจะ ‘แค่’ 7 กม. เอง แต่จริงๆ แล้วเป็น 7 กม. ที่เป็นหนังชีวิตครบรส เพราะเส้นทางไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ และก็เจอหมอกอยู่เรื่อยๆ จุ๋ยจุ๋ยส์ที่คอยปั่นประคองกลุ่มหลังและสื่อสารกับกลุ่มหน้าบอกกับผมว่า เดี๋ยวจะเจอหมอกหนามองเห็นได้แค่  20% สักพักก็พบว่าผมค่อยๆ ปั่น ค่อยๆ ปีน ค่อยๆ ไปกับพี่ฟูอยู่สองคัน และเริ่มจะมองอะไรข้างหนาไม่เห็นแล้ว เห็นแต่ไฟท้ายรถจักรยานพี่ฟูกระพริบแดงๆ ตัดสายหมอก ทำให้นึกขึ้นได้ว่า ผมเองกดปิดไฟท้ายรถไปแล้วนี่นา นึกขึ้นได้ดังนั้น จึงขอจอดเพื่อเปิดไฟท้ายกระพริบแดงๆ ป้องกันรถยนต์มาเสยจากด้านหลัง ส่วนรถข้างหน้าที่สวนทางมา เกือบทุกคันเปิดไฟหน้ามาเลยล่ะครับ


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    หลังจากผ่านหมอกหนามา ผมก็ปั่นมาได้เรื่อยๆ แต่ในใจก็คิดว่าทำไม 7 กม.นี้มันช่างไกลนัก จนสักพัก เราก็เห็นป้าย ‘ห้วยน้ำดัง’ ก็รู้สึกใจชื้นว่าเดี๋ยวคงถึง สักพักก็เห็นป้าย ‘ห้วยน้ำดัง’ อีก แล้วสักพักก็เห็นป้ายอีก แต่ทำไมไม่ถึงสักที 555
    แล้วพวกเรากลุ่มท้ายก็มาถึง (ทางเข้า) ห้วยน้ำดัง ซึ่งกลุ่มที่มาถึงก่อน รอคอยที่จะถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน ก็ใช้เวลากันอีกพอสมควรกว่าจะได้ตั้งขบวนเคลื่อนตัวต่อไป เส้นทางจากห้วยน้ำดังไปยังสะพานประวัติศาสตร์ปาย ขึ้นชื่อในเรื่องทางลงที่ชันและหักศอกอยู่หลายช่วง ทั้งทีมจึงต้องบรีฟและเตือนกันเป็นพิเศษเรื่องความระมัดระวังในการลงเขา และการเข้าโค้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนที่เปียกและลื่น โดยพวกเรานัดเจอกันที่ป้อมตำรวจตรงทางแยกไปอำเภอกัลยาณิวัฒนา
    แต่เอาเข้าจริงๆ กว่าจะเจอทางลงชันๆ ก็ยังมีทางขึ้นเนินอีกหลายเนิน จนมาถึงป้ายเตือนทางลงเขายาว 9 กม. ก็เอาล่ะสิครับ ผมเองเป็นคนกลัวๆ เรื่องการลงเขา จึงพยายามทำความช้าเป็นพิเศษ ด้วยการใช้เบรคไปเรื่อยๆ เพราะมีความเชื่อและความมั่นใจว่ารถเราเป็นดิสก์เบรค ยังไงก็ชัวร์
    ทีนี้แหละครับ เรื่องตื่นเต้น ชวนเสียวก็มาเยือน (เฉพาะผม) นั่นคือ รถดิ่งลงเขา เลี้ยวหักศอกบ้าง หักธรรมดาบ้าง มาได้สัก 6 - 7 กม. ผมก็ใช้เบรคช่วยมาตลอด จนกระทั่ง...
    เฮ้ย!!! เบรคไม่อยู่ เกิดอะไรขึ้น ตะโกนบอกจุ๋ยจุ๋ยส์ที่อยู่ด้านหลัง ในขณะที่รถก็พุ่งลงด้วยความเร็ว แต่ด้วยสติที่ดี ที่พยายามควบคุมรถให้อยู่ในถนน (แม้จะมีอาการสะบัดอยู่บ้าง) จนกระทั่งเบรคที่ใช้เริ่มทำให้รถลดความเร็วลงได้ และสามารถจอดได้โดยไม่ล้ม (เฮ้อ!)


 

 

 

 

 

 

 

 

 


 
    จุ๋ยและเต้ที่ตามมาติดๆ ช่วยกันดูให้ สรุปว่าน่าจะเป็นเพราะผมกำเบรคนานไป ใช้เบรคมากไป จนดิสก์เบรคร้อนจัด เลยเบรคไม่อยู่ (อ้าว!) ชนิดที่ว่า เอาน้ำจากกระติกติดรถราดที่จานเบรคปุ๊บควันขึ้นโขมงปั๊บเลยล่ะครับ ในเวลานั้น ผมตัดสินใจเอารถจักรยานขึ้นรถกระบะ (เจอน้องเมทอีกคนที่ยางรั่ว) แล้วลงมาพร้อมกับนักปั่นกลุ่มหลังเจอกับพวกที่ล่วงหน้ามาก่อนที่จุดนัดพบ ซึ่งเมื่อจานดิสก์เบรคหายร้อนแล้ว ก็ปรากฏว่า รถจักรยานผมสามารถใช้งานได้ตามปกติ ทำให้ได้ประสบการณ์ตรงอันน่าตื่นเต้นว่า จะเบรคอะไรก็เถอะ อย่าไปใช้เยอะ ใช้นาน (โคตรตื่นเต้น!)
    จากจุดนัดพบเราตั้งขบวนเข้าสู่เขตอำเภอปาย พร้อมกับแวะถ่ายรูปที่สะพานประวัติศาสตร์ปาย โดยทีมอ้นและชาวคณะ 10 ชีวิต จบที่จุดนี้ คือ แวะเช็คอินพักที่บุระลำปาย ก่อนที่จะ
ไปปาร์ตี้ต่อกันตอนค่ำ ในขณะที่ ผม จุ๋ย และทีมกรุงเทพฯ อีก 4 คนต้องเข้าไปค้างคืนที่ตัวเมืองปาย (ระยะทางอีกประมาณ 10 - 11 กม.) ซึ่งผมกับจุ๋ยเห็นว่า เอาจักรยานขึ้นรถกระบะเลยก็ได้ เพราะเราถ่ายรูปหมู่ที่สะพานกันไปแล้ว ถือว่าจบทริปแล้ว และอีกอย่างคือ หิวเบียร์แล้ว แต่ชาวกรุงเทพฯ อยากปั่นเข้าไปให้ถึงที่พักในตัวเมือง... เอ้า ปั่นก็ปั่นครับ หนังชีวิตเรื่องสั้นๆ สำหรับชาวกรุงอีก 4 - 5 เนินล่ะครับ


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    #HIPปั่นไปปาย สนุก เหนื่อย ตื่นเต้น ท้าทาย และมีความสุขกับการปั่น รวมทั้งมิตรภาพของคนที่มาปั่นด้วยกัน กับระยะทางร่วม 130 กว่า กม. (ขึ้นไปนั่งรถกระบะอยู่ราว 3 กม. ส่วน Garmin และ Strava ในโทรศัพท์ ก็แบตหมดไประหว่างทาง) และผมได้บอกกับตัวเองว่า เส้นทางสายนี้จะกลับไปปั่นอีกแน่นอน
    แต่ขอเพียงปีละครั้งก็พอนะครับ ที่จะปั่นจากเชียงใหม่ไปปาย


 

 

 

 

 

บางความรู้สึกที่คนปั่น
 #HIPปั่นไปปาย  อยากจะบอก


21 กันยายน 2559
    พวกเราชาวเชียงใหม่และกรุงเทพ ควบจักรยานคู่ใจ ปั่นไปปายกัน โดยใช้ชื่อเรียกในทริปนี้ว่า #HIPปั่นไปปาย ทริปนี้มีความสุขเป็นแรงขับเคลื่อน และมีมิตรภาพเป็นกำลังเสริม ความแข็งแรงของทุกคนไม่เท่ากัน แต่เราก็ไปกันจนถึง ระยะทางจากเชียงใหม่ไปยังอำเภอปาย ร้อยกว่ากิโลเมตร และการไต่เขากว่าสองพันเมตร มันไม่มีผลต่อจิตใจที่จะทำให้พวกเราท้อเลย ทุกคนตาเป็นประกาย ใบหน้าแฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น ต่างก็ไปด้วยกำลังของตัวเอง พวกเราไปกันไม่เร็วมากนัก และแวะจอดเป็นระยะ เน้นสนุก ปลอดภัย แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง ทั้งยางรั่ว ยางแตก เบรคไม่อยู่ ฝนตก ถนนลื่น แต่เราทุกคนก็ผ่านมาได้โดยไร้อุบัติเหตุ ก็ด้วยการช่วยเหลือดูแลกัน จนถึงอำเภอปาย...
    ในการปั่นจักรยานทริปนี้ มันคือความสุขครับ ดั่งสโลแกนที่ว่า ‘HAPPY RIDE HAPPY LIFE’ ที่ผมได้ใส่ไว้ด้านข้างของเสื้อจักรยาน HIP ที่ผมออกแบบมาล่าสุด ที่ใส่ปั่นไปปายในครั้งนี้...


 
- จุ๋ยจุ๋ยส์ สุทธิพงศ์ สุทินรัมย์ (เชียงใหม่)
  ศิลปินอิสระ, นักร้อง, นักดนตรี, นักออกแบบ, นักปั่นจักรยาน


ปั่นมาเป็นครั้งที่ 2 ของชีวิตล่ะฮะ
    พอรู้ว่าพี่โหน่ง จัดทริปปั่นไปปาย ผมนี่ลุ้นตัวโก่งเป็นแมวขู่เลย ขอให้มันตรงกับวันหยุด เพราะวันหยุดของเดือนนี้ขอเพิ่มขอแลกไม่ได้แล้ว พอพี่เขา Final วันมา ตรงกับวันหยุดเราพอดี เยสสสสสสส!!! หัวใจมันก็เฟรชชช สดชื่น อยู่ดีๆ ก็ได้กลิ่นดอยลอยมาเลยยย 5555+
    เอาจริงๆ ที่อยากไปอีก เพราะติดใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้สัมผัสจากการปั่นเส้นทางนี้มาตั้งแต่คราวที่แล้ว พอมาครั้งนี้ก็มาเจอซะครบเลย ทั้งฝน แดด โคลน หมอก ลม อากาศหนาว...สะใจว่ะ! ฟินนนนนมาก ยิ่งทำให้รู้สึกอยากปั่นมากปายอีก, ตอนที่ขายังปั่นอยู่ ในหัวก็คิดตลอดนะว่า คิดถึงว่ะ นี่จะเสียดายขนาดไหนนะ ถ้าไม่ได้มา ถึงแม้ว่า ณ ตอนนั้นยังปั่นไม่ถึงปาย... เอ่อเห้ย มันดีจริงๆ นี่แหล่ะการปั่นที่มีความสุข ‘ปั่นไปปาย’ ไปเถอะ อยากให้ลองปั่นไปสักครั้งถ้ามีโอกาส ไม่มีอด มีจุดแวะพักตลอด ข้าวซอย ข้าวหมกอร่อย (จำเขามาไม่ได้กินเอง) และ... อย่ากลัวที่จะเหนื่อย เพราะปั่นไปไหนก็เหนื่อย (ส่วนตัว) ลองเปลี่ยนเส้นทางการเหนื่อยบ้างก็ได้...


 
- ยิ้มยิ้ม ณัฏฐนิช พรหมมาแบน (เชียงใหม่)
   Receptionist, Bangkok Airways


ความสุข และ ความสนุก เกิดขึ้นทุกครั้งที่ได้ทรมานตัวเองอยู่บนหลังอาน
    กว่า 8 ชั่วโมงในการเดินทางจากเชียงใหม่สู่อำเภอปาย และนี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ปั่นมาปาย ใช้ระยะเวลาห่างแค่เดือนกว่าๆ และใช้เวลาในการซ้อมน้อยมาก ถือว่าไปด้วยใจล้วนๆ
    …ทริป #HIPปั่นไปปาย ในครั้งนี้ ทั้งทีมงานและผู้ร่วมชะตากรรมปั่นไปปายในครั้งนี้ สุดยอดมากจริงๆ ค่ะ เพราะบอกได้เลยว่าทางหฤโหดมาก แต่ทุกคนปั่นกันด้วยใจไปด้วยกันจนจบ ขอบคุณพี่ๆ สายเซอร์วิสทุกท่านที่คอยให้กำลังใจเชียร์ตลอดทาง
    …เส้นทางปายในครั้งนี้ถือว่าได้ครบทุกรสจริงๆ ค่ะ ก่อนออกปั่นฝนเริ่มปรอยๆ มีเค้าลางว่าจะได้ลุยฝนเป็นแน่ แต่ก็ไม่หนักมากปั่นได้ อากาศเย็น ความเร็วเชิงท่องเที่ยว เอาแบบทันได้เชยชมบรรยากาศของสองข้างทางระหว่างปั่น พอเข้าเส้นทางไปปายตรงแป้นเกล็ด เจอเลยจ้า แดดจ้ามาเชียว อื้มหืมมม ทำเราร่างกายเกือบฮีททีเดียว ไปได้ครึ่งทางร่มไม้มี ลมเย็นมา ไม่พลาดค่ะ ฝนตกหนักมาก 55555 ไม่ท้อค่ะ จอดค่ะหลบฝนที่โอเคมาร์ท พักทานข้าวไปจ้า พอฝนหยุดรีบพากันออกเดินทางต่อ ถึงทางจะเปียกแต่พวกเราก็ปั่นกันแบบเซฟๆ ค่อยๆ ไป พอขึ้นความสูงไปเรื่อยๆ อากาศเริ่มเย็นค่ะ มีทั้งหมอกทั้งปรอยฝน เอาเข้าจริงไม่ได้รู้สึกเย็นหรอกค่ะเพราะร่างกายมันฮีท ตามการ์มินอุณหภูมิอยู่ราวๆ 15-16 องศา หลังจากจุดทางเข้าห้วยน้ำดังจะเป็นทางลงเขาที่คดเคี้ยวและชันมาก ทางเปียกด้วย การลงจึงต้องมีสติและระวังเป็นอย่างมาก แต่ในใจนี่คิดเลย 555 ทางของฉัน เพราะขาขึ้นเขานี่ตามกลุ่มไม่ทันเลยจริงๆ ปั่นแบบโดดเดี่ยวมาเรื่อยๆ ขาลงเลยขอทำเวลาไม่ให้ห่างไปกว่านี้
    ถ้าถามว่าเหนื่อยมั้ยเหนื่อยค่ะ แต่ก็ปั่นไปชมสองข้างทางไป พอเห็นวิวแล้วหายเหนื่อยเลยค่ะ เพราะวิวที่เห็นมันสวยมากจริงๆๆๆๆๆๆ
    สุดท้ายนี้ เฟือง 32 ที่เปลี่ยนมา ต้องพาไปปรับทัศนคติดีๆ อีกสักครั้ง เพราะรู้สึกรอบขามันเยอะจนตะคริวถามหาทุกทีเลย
    ขอขอบคุณเพิ่มเติม #QED ใส่ดีจึงบอกต่อ #EPtransports สะดวกมากหากไปเป็นกลุ่ม...


 
- ไอจ์  มนตรา แสงวรรณา (เชียงใหม่)
   Baggage Service บริษัท BAGS Ground Services


นี่ยังคิดถึงปายอยู่เลย
    ปั่นความเร็วหลักหน่วย จำนวนผู้ร่วมชีวิตหลักสิบ หัวใจหลักร้อย เบิร์นหลักพัน กินหลักหมื่น รูปหลักแสน ความประทับใจหลักล้าน…



- เมท ภัทรี โรจนโรวรรณ (เชียงใหม่)
TOONGs Coffee



(ไม่ตายหยังเขียด และไม่ยากอย่างที่คิด)
    แค่เริ่มต้นคิดว่าจะปั่นจักรยานจากเชียงใหม่ไปปายก็คงจะเหนื่อยตาลายหรือเป็นลมล้มพับจนน่องระเบิดก่อนถึงแน่ๆ ขนาดขับรถไปยังยากลำบากเพราะความชันขึ้นเขาไม่รู้จะกี่พับ นั่งรถยังหลับไม่กล้าตื่นกลัวเมารถสุดท้ายก็ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่เราจะทำไม่ได้ถ้าร่างกายได้รับการฝึกฝนมา การปั่นไปปายด้วยระยะทาง 135 กม. คราวนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย สนุกรื่นเริงบันเทิงใจ เส้นทางขึ้นเขาไต่เนินยาวๆ มิตรภาพจากน้องๆ เพื่อนร่วมทาง อบอวลไปด้วยความสุข ตื่นเต้นกับเส้นทาง แม้จะยากลำบาก แต่ก็สวยงามด้วยต้นสนสองใบที่ขึ้นในพื้นที่สูงระหว่างสองข้างทางที่ผ่าน และอากาศเย็นแถมฝนตกชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็สามารถปั่นมาถึงปายได้ถ้าใจได้ ร่างกายก็ได้ ขอบคุณพี่โหน่ง สมชาย บก. HIP Magazine ที่ชวนมาทรมานสังขาร #HIPปั่นไปปาย ครั้งนี้ … คราวหน้า ถ้าไม่ชวนมีงอนแน่นอน!


 
- พี่ฟู วรพจน์ จันทร์หนองสรวง (กรุงเทพฯ)
   Stories Group

ขอขอบคุณ
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน
- REVERIE SIAM RESORT www.reveriesiam.com
- PAI RIVERCORNER RESORT & RESTAURANT www.pairivercorner.com
- คุณพี่หมี บุระลำปาย
- และนักปั่นผู้ร่วมทาง กับทีมเซอร์วิสทุกๆ คน




ปั่นขึ้นเราที่ SWITZERLAND (1)
ที่ SWITZERLAND
ปั่นขึ้นเราที่ SWITZERLAND (2)
ที่ SWITZERLAND
THE ROYAL PROJECT FOR CYCLING
รวมฮิตเส้นทางปั่นโครงการหลวง
#HIPปั่นไปปาย
ปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวจากเชียงใหม่ไปปาย
ON THE ROAD IN ICELAND
เกาะแห่งความฝัน ที่ยังมีลมหายใจ
ZOO CYCLING
สนุกสัตว์
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©