Skip to main content

ON THE WAY TO NEW EPISODE : ระหว่างทางสู่บันทึกบทใหม่ของ Solitude Is Bliss

226

SiB      

เดือนพฤษภาคม 2013 คือเวลาที่ Solitude Is Bliss วงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ ร็อค จากเชียงใหม่ ภายใต้สังกัด Minimal Record ได้ถือกำเนิดขึ้น ก่อนที่พวกเขาจะสร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีในอีก 9 เดือนต่อมา กับผลงานชุดแรก Montage EP. ที่กลายเป็นแรร์ไอเท็มที่ชาวอินดี้อยากหามาครอบครอง ก่อนที่ชายหนุ่มเปลือยกายจะส่งไม้ต่อให้กับหญิงสาวผมยาวในอัลบั้มเต็มชุดแรก Her Social Anxiety ในช่วงปลายปี 2015... หลังจากที่ปล่อยให้รอนานถึง 3 ปี ในปีนี้... ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ในการเดินทางของชายหนุ่มทั้ง 5 คน คือ เฟนเดอร์ - ธนพล จูมคำมูล, เบียร์ - เศษรฐกิจ สิทธิ, โด่ง - จอมยุทธ์ วงษ์โต, ปอนด์ - ทรงพล แก้ววงศ์วาร และ แฟรงค์ - ศรัณย์ ดลพิพัฒน์พงศ์ พวกเขากำลังจะมีผลงานเพลงชุดใหม่ ที่ได้ เจ - เจตมนต์ มละโยธา หรือ เจ Penguin Villa มาเป็นโปรดิวเซอร์อย่างเต็มตัว 

 

SiB

 

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา Solitude Is Bliss เดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตทั่วประเทศ มีคอนเสิร์ตใหญ่ในชื่อเดียวกับอัลบั้ม 1 ครั้ง ก่อนที่จะถึงจุดอิ่มตัวกับผลงานเพลงที่มี “เราอยากสื่อสารในสิ่งที่เราอยากจะพูดช่วงนี้มากขึ้น ไม่ได้มีแค่เรื่องเดิมๆ แบบที่เคยฟัง เราอยากมีเรื่องใหม่ๆ ไปพูดบ้าง เพราะเราพูดเรื่องเดิมมาสามปีแล้ว (หัวเราะ) คนฟังเขาเริ่มเบื่อแล้วแหละ ผมเข้าใจ เลยอยากจะทำตรงนี้ให้เป็นเรื่องใหม่เลย” แฟรงค์ บอกถึงที่มาของอัลบั้มชุดนี้ ขณะที่ เฟนเดอร์ เสริมถึงอุปสรรคช่วงรอยต่อจากอัลบั้มก่อน ที่สมาชิกในวงต้องหาเวลาว่างจากงานประจำ มาช่วยกันระดมสมองในการลงมือทำผลงานเพลงชุดใหม่ว่า “วางแผนเป็นปีเลยครับ ตั้งแต่เริ่มพูดว่าจะทำกันตั้งแต่ปี 2017 แล้วเริ่มทำเดโม 2018 ก็ทำดราฟท์ส่งให้พี่เจ ซึ่งความคาดหวังจริงๆ ของผม อยากได้แบบปีเว้นปี แบบปีนี้มีอัลบั้ม แล้วก็ทัวร์หนึ่งปี อีกปีหนึ่งทำอัลบั้มเลย แต่ด้วยความที่เรามีข้อจำกัดเรื่องเศรษฐกิจ พอเศรษฐกิจไม่ดี แต่ละคนก็ต้องทำงานอื่นกันเยอะเวลาว่างก็เลยน้อยลง”

 

SiB

 

หนึ่งสิ่งที่แตกต่างไปจากอัลบั้มที่ผ่านมาคือ อัลบั้มนี้มีโปรดิวเซอร์เต็มตัวเป็นครั้งแรก กับการได้ เจ Penguin Villa มาช่วยควบคุมคุณภาพ ดูภาพรวมของงานให้ได้มาตรฐาน ทำให้ขั้นตอนการทำงานมีความเป็นระบบ ระเบียบและมีความละเอียดมากขึ้น มีตารางการทำงานที่ชัดเจน แต่ยังให้อิสระในการเสนอไอเดียได้อย่างเต็มที่ “มาตรฐานเดิมที่เรามียังไม่พอ พี่เจเลยมาเพิ่มและคุมให้อยู่ในมาตรฐานของเขา ทำให้เรามีวิธีการอัดที่ใหม่ขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่ได้การันตีว่ามันจะดีกว่า แต่เป็นแนวทางใหม่ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เราจะเอามาใช้กับอัลบั้มนี้ทั้งหมด เราโอเคที่มีคนมาช่วยฟัง ช่วยตัดสินผลงานให้เรา ซึ่งก่อนหน้านี้เราหนักใจตอนเลือกมากว่าอันไหนคือดีที่สุด มันเลยทำงานง่ายและละเอียดขึ้นด้วย รอบนี้พอมีคนมาช่วยฟัง ผมตีผิดนิดหนึ่งคือต้องรันใหม่ ซาวนด์ตรงนี้ไม่ได้ก็ต้องรันใหม่ จากที่ไม่เคยจูนกลองเป็นตัวโน้ตตามคีย์เพลง ผมก็ต้องทำในอัลบั้มนี้ ต้องลองดูว่ามันสมูธกับเพลงมั้ย ซึ่งผลที่ได้ เท่าที่เราฟังมันก็สมูธกับเพลงดี อีกอย่างเราไม่เคยทำแบบนี้ด้วยก็เลยตื่นเต้น (หัวเราะ)” แฟรงค์ พูดถึงการทำงานแบบใหม่ ที่ช่วยให้พวกเขาหาจุดร่วมทางความคิดของทุกคนในวงเจอ

 

SiB

 

ซึ่งสอดคล้องกับ เฟนเดอร์ ที่บอกว่ารูปแบบการทำงานที่มีอิสระทางความคิด เป็นการทำงานในอุดมคติของเขา “การมีโปรดิวเซอร์ครั้งแรก ทำให้ความคิดของวงไปในทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่ไม่มีโปรดิวเซอร์จะเถียงกันเยอะ ต่างคนก็ต่างมีไอเดีย แล้วจะสรุปกันคนละครึ่งทาง มันก็จะไม่สุด แต่พอมีโปรดิวเซอร์เข้ามา พี่เจเป็นคนตัดสินใจสิ่งต่างๆ แต่ไม่ได้มาควบคุมร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกเรายังคงเสนอไอเดียได้อยู่ เหมือนกับโยนตัวเลือกให้แกแล้วแกเป็นคนเลือก ถือว่าเป็นการทำงานในอุดมคติของผมเลยที่ยังมีอิสระในการคิดอยู่” เฟนเดอร์ยังพูดเสริมอีกว่า “ตอนทำเดโมจะทำฟูลดราฟท์ให้ครบทุกเพลงก่อน แบบคิดให้จบเลย แล้วส่งให้โปรดิวเซอร์ พี่เจจะมีการประเมิน ทำความเข้าใจกับทุกเพลง และดูภาษาของความเป็นทีม แล้วมาแปลงเป็นไดเร็คชั่นของซาวด์ที่อัดกันจริงๆ อีกทีหนึ่ง”

 

SiB

 

จากอัลบั้มก่อน เนื้อหาของเพลงจะพูดถึงเรื่องภายนอกที่เข้ามากระทบเป็นส่วนใหญ่ แต่ในอัลบั้มชุดใหม่จะพูดถึงเรื่องที่เกิดภายในตนเองมากขึ้น โดยเฟนเดอร์มองว่าผลงานชิ้นนี้เหมือนไดอารี่เล่มหนึ่ง ที่เขียนไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้กำหนดเอาไว้ตายตัวว่าอยากให้ออกมาอย่างไร “อัลบั้มนี้จะเหมือนเรามองกลับเข้ามาที่ตัวเอง มองลึกเข้าไป เน้นเรื่องความเป็นตัวตนของคนคนหนึ่ง ก็เขียนเพลงไปเรื่อยๆ ตอนที่ทำเราอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าช่วงนั้นเราหมกมุ่นอยู่กับอะไร แต่พอผ่านไปแล้ว เราจะเห็นคลังของเรื่องราวที่มันผ่านไปในช่วงเวลานั้น ก็เลยรู้ว่าช่วงนั้นเราโฟกัสอยู่กับเรื่องอะไรบ้าง” ขณะเดียวกัน ทางวงก็เริ่มให้สมาชิกคนอื่นๆนอกเหนือจากเฟนเดอร์และเบียร์ ได้มีส่วนร่วมร้องเพลงด้วย

 

SiB

 

นอกเหนือจากเล่นเบสแล้ว ในอัลบั้มนี้ โด่ง ยังรับหน้าที่เป็นเรคอร์เดอร์ประกบอยู่ข้าง เจ ตลอดเวลาในห้องอัดเสียง ทำให้เห็นการดำเนินไปของอัลบั้มนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปลายทาง เขาพูดถึงภาพรวมของอัลบั้มนี้เอาไว้ว่า “โดยรวมฟังสบายขึ้นกว่าอัลบั้มก่อน แต่ก็เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนเดิมลืมอัลบั้มเดิมไปเลยก็ได้ เพลงในอัลบั้มนี้มีหลายโทนมาก ครบทุกอารมณ์ มีเพลงที่หนักหน่วงเอาเรื่อง ฟังแล้วปวดหัว บางเพลงอาจจะมีหลายอารมณ์ ส่วนเพลงที่ฟังสบายๆ ก็มี” เพลงหลากหลายอารมณ์มาจากไอเดียใหม่ๆ ที่ใส่เข้าไป ทำให้กระบวนการทำงานของพวกเขานั้นซับซ้อนมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย “ความเข้มข้นของซาวด์ก็จะเยอะกว่าอัลบั้มที่แล้ว ตรงที่ว่าเราคิดให้มันมีรายละเอียดแบบที่เราชอบ เลยลองหาเอฟเฟคใหม่ๆ เข้ามาใส่ดู ส่วนเนื้อหา ถ้าพูดถึงการเมืองเต็มๆ มีอยู่เพลงเดียว นอกนั้นก็มีทุกเรื่องครับ มีเรื่องคนแก่ เรื่องของยายที่บ้านมีเรื่องของครูที่โรงเรียน มีความหลากหลายมากกว่า แล้วก็มีความซับซ้อนมากที่สุด ตั้งแต่เคยทำอัลบั้มกันมาเลย แต่เราจะให้มันซับซ้อนแบบที่ฟังง่าย อะไรแบบนี้” เบียร์ พูดถึงความเข้มข้นของอัลบั้มชุดนี้ ที่มีรายละเอียดยิบย่อยอยู่เยอะ ทำให้มีความยากในการอัดเสียง ที่พวกเขายอมรับว่ากินพลังงานเป็นอย่างมาก

 

SiB

 

ในส่วนของโปรดิวเซอร์ เป็นครั้งแรกของ เจ เช่นกันที่ได้รับหน้าที่นี้อย่างเต็มตัว โดยก่อนหน้านี้เขาเคยมาช่วยดูแลอัลบั้มชุดก่อนของวงอย่างไม่เป็นทางการมาแล้วครั้งหนึ่ง “การทำงานก็แฮปปี้สุดๆ ครับ ผมไม่เคยโปรดิวซ์เต็มตัวแบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่พอดีมาก นอกจากที่จะชอบผลงานกันแล้ว ก็ดูเป็นคนแบบเดียวกัน ผมถึงได้ตกลงที่จะมา พอได้มาทำก็เป็นแบบนั้นเลยครับ เป็นคนแบบเราๆ แล้วก็น่าจะเป็นสตอรี่ที่ดีในชีวิตการทำงาน ที่ผ่านมาก็มีปัญหาที่ไม่ได้เกินกว่าประสบการณ์ ก็ช่วยกันแก้ไป ได้แลกเปลี่ยนกันค่อนข้างเยอะตั้งแต่เริ่มต้น ส่วนเรื่องแนวทางความคิด มีปัญหาน้อยมาก ค่อนข้างมีเหตุผลในการทำงาน”

 

SiB

 

เจ ยังพูดทิ้งท้ายถึงอัลบั้มนี้อีกว่า อยากสร้างความสมดุลในภาพรวมของเพลงทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะแค่อัลบั้มนี้ แต่เป็นความสมดุลของเพลงทั้งหมดของวง “อัลบั้มนี้จะเป็นกลุ่มก้อนของอัลบั้มนี้ครับ แล้วมันอาจจะไม่ได้มีเพลงแบบ ‘กระดาษ’ เพราะว่าทางวงกับผมคุยกันว่า อยากให้เพลงในอัลบั้มนี้บาลานซ์ไปกับเพลงในอัลบั้มเก่าด้วย คือถ้าเกิดเรามีเพลงแบบนี้อยู่แล้ว เราก็ปล่อยให้มันทำหน้าที่ของมันไป ส่วนเราก็มาหามุมอื่น ว่าจะทำยังไงให้เพลงทั้งหมดมันบาลานซ์กันคือเรามองเป็นภาพใหญ่มากกว่า”

 

SiB

 

อัลบั้มนี้จะทำออกมาทั้งในรูปแบบซีดี และไวนิลเหมือนอัลบั้มก่อนโดยเฟนเดอร์ให้คำนิยามของไวนิลเอาไว้ว่า “เป็นฟอร์แมทสูงสุดที่คนทำงานเพลงอยากมี เพราะให้คุณภาพความเป็นดนตรีสูงที่สุด ถ้าเปรียบกับศิลปะแขนงอื่นก็เหมือนคนทำงานบนผ้าใบ แล้วได้แสดงงานในแกลเลอรี่ คือได้โชว์ผลงานแบบฟอร์แมทสูงสุดเลย ถ้าเปรียบเทียบกับงานของเรา ไวนิลก็คือพื้นที่แสดงงานนั่นเอง”

 

SiB

 

กำหนดการปล่อยอัลบั้มที่พวกเขาที่วางเอาไว้คือกลางปีนี้ และอีกไม่นานเกินรอ เราคงได้ฟังผลงานใหม่ของพวกเขาอย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณ Minimal Record ที่อนุญาตให้ไปติดตามเก็บข้อมูล และ Club76 & Doghouse Studio ที่เอื้อเฟื้อสถานที่

 

เรื่อง : ชวัลวัฒน์ ภาพ : ชวัลวัฒน์, กษม

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai